แจกวิชาโกงคอมวิธีโกงเวลาโปรแกรมมมมมมม เบื่อไหม!!!!!! ที่ต้องมาตั้งกระทู้ค้นหา Serial crack เพื่อให้ได้ใช้โปรแกรมที่มีเวลาจำกัด แต่เดียวก่อง แอ้บโดมิไนเซอขอเสนอ วิธีโกงอายุโปรแกรม วิธีต่ออายุการใช้งานแชร์แวร์โดยไม่ต้อง Crack ด้วย Registry Editor - เริ่มจากการติดตั้งโปรแกรมปกติ - เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรกจะเห็นระยะเวลา บอกให้ใช้งานได้กี่วันส่วนมาก 15-30 วัน หากต้องการใช้งาน เกินกว่ากำหนด เริ่มขั้นตอนกันเลยครับ 1. ให้คลิกปุ่ม Start ->Run 2. พิมพ์คำสั่ง c:/windows\regedit..exe เพื่อเปิดโปรแกรม Registry Editor ขึ้นมา 3. คลิก File ->Export เพื่อทำสำเนาข้อมูล Registry ของวินโดวส์ 4. จะมีหน้าต่างเพื่อบันทึกไฟล์ ขึ้นมาในช่อง save in : เลือกเป็น My Decuments คลิ๊กเลือก All ตรงกรอบ Export range จากนั้นพิมพ์ชื่อไฟล์ในช่อง File Name _____ . reg File of type : Registraration File ( *.reg ) แล้วกด Save 5. เมื่อครบกำหนดตามระยะการใช้งานโปรแกรมจะไม่สามารถ ใช้งานได้ 6. ให้ไปที่ Start ->Run พิมพ์คำสั่ง c:/windows\regedit..exe เพื่อเปิดโปรแกรม 7. จากนั้นไปที่ File -> Import 8. ให้ไปที่ช่อง Look in: เลือก My Decuments เพื่อคลิกชื่อไฟล์ที่เราทำสำเนาเอาใว้ ในขั้นตอนที่ 4. ___________.reg 9. จากนั้นคลิกปุ่ม Open เป็นอันเสร็จโปรแกรมที่เราไม่อยากเสียเงินก็ได้คืนชีพอีกครั้ง
กำ!! ยืมหนังสุดโปรด จากเพื่อนมาแต่ไหงก็อบไม่ได้ เรามีวิธีแก้หนังติดล็อกครับ สูตรสำเร็จ กึ่งสุกกึ่งดิบ หนังติดล็อค หนังที่มีการล็อคมาหลายเรื่องมีสปายติดมาด้วย ซึ่งจะทำงานทันทีที่มีแผ่นเข้าในเครื่อง ตรวจสอบได้โดยการกด ctrl+alt+del แล้วดูที่ช่อง Performance ดูว่า CPU usage เป็นเท่าไร ถ้าประมาณ 99-100 แสดงว่าโดนแล้วหรือไม่สามารถเปิดโปรแกรมสำหรับไรท์ได้เช่น พวกเนโร่อันนี้ก้อถือว่าโดนแล้วเช่นกัน การไรท์หนะจะให้ดีที่สุด ไปทำในเซฟโหมด วิธีแก้อยู่ล่างสุด การป้องกันคือ ยกเลิก auto run ซะ ทำได้โดยการ ปิดมันก่อน 1. ปิดแบบชั่วคราว ทำได้โดยการกดปุ่ม Shift ค้างไว้ชั่วคราวในขณะที่ใส่แผ่น CD,DVD เข้าไปใน Drive แล้วปล่อย ปุ่มออกเมื่อแน่ใจแล้วว่า มันจะไม่ Auto-Run โปรแกรมใดๆขึ้นมาเหมือนกับที่มันควรจะเป็น 2. ปิดแบบถาวร ทำได้โดยการเข้าไปแก้ไขใน Registry โดยการไปที่ Start >Run>พิมพ์ regedit กด Enter แล้วไปหาที่อยู่ของมันคือ... HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\Cdrom แล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่หัวข้อ AutoRun ทางหน้าต่างขวามือ แล้วก็แก้ไขค่าให้เป็น 0 ซะ แล้ว Restart ต่อมาการแก้หนังติดล็อค การแก้มีดังนี้ 1.1ใช้เจ้า โปรแกรม ISO Buster เปิดหนังหรือมิวสิควีดีโอต่าง ๆ ที่ต้องการจะก๊อบออกมา 1.2 จากนั้นไปที่โฟล์เดอร์ชื่อ mpegav เปิดมันขึ้นมา 1.3 คลิกเมาส์ขวา เลือกคำสั่ง EXTRACT.......(ชื่อไฟล์หนะเช่น AVSEQ01.DAT) มันจะลงท้าย จุด DAT หนะ 1.4 เลือกปลายทางที่จะเก็บ ก้อจะได้ไฟล์หนังนั้น ๆ มา ก้อสั่งให้เนโร่ทำการไรท์เป็น VideoCD ได้จบ * แผ่นที่ล็อคมาบางโปรแกรมนั้นให้ระวังนิดนึงบางครั้ง มันจะมีถึงสามไฟล์ในโฟล์เดอร์นี้ ที่ขนาดเท่ากันจะมีแค่อันเดียวที่มีภาพและเสียง การตรวจสอบทำได้โดยการใช้เจ้าโปรแกรมเล่นหนังต่าง ๆ นำมาเล่นแผ่นที่เราจะทำการแก้ล็อค แล้วสังเกตดูว่า มันเล่นไฟล์ไหนที่เป็นไฟล์หนัง ก้อไฟล์นั้นนั่นหละ ที่ใช่เลยอันนี้ถ้าทำสำเร็จ ตัวล็อคก้อจะหลุดไปด้วย อันต่อมา ใช้เจ้า CloneCD กล่าวคือ 2.1 ใช้ iso buster extract ผ่านแต่ไฟล์ออกมายังมากกว่าที่จะไรท์ลงแผ่นได้ แสดงว่าป้องกันมาดี 2.2 ใช้เจ้า CloneCD โดยการสั่งให้มันก๊อบปี้ซีดี 2.3 พอมันเริ่มก๊อบ บางเรื่องเช่นเรื่องชัตเตอร์ พอได้สัก 60-99 แต่ไม่มีทางถึง100 เปอร์เซ็นต์ มันจะไม่เดินแล้ว จะค้างอยู่ตรงนั้น 2.4 สั่งให้มันยกเลิก ก๊อบ มันจะถามว่าแน่ใจไหม ตอบใช่ แล้วมันจะถามอีกว่าให้ลบอิมเมจที่มันสร้างไว้ไหม ตอบว่าไม่ต้องลบ 2.5 เปิดอิมเมจ ที่มันไรท์ไม่เสร็จนั้นขึ้นมา โดยการดับเบิ้ลคลิก แล้วสั่งไรท์อิมเมจลงดิสต์ จบ วิธีนี้จะทำสำเนาแผ่นได้ แต่ที่ล็อคก้อจะติดมาด้วย แต่วิธีนี้ช่วงหลังไม่ค่อยได้ใช้แล้วหละเนื่องจากใช้เจ้าวิธีที่หนึ่งกะสามก้อหลุดหม ด วิธีนี้ถ้าวิธีที่ทำการแก้ล็อคถาวรอย่าง 1 และ 3 ไม่สำเร็จยังไงก้อต้องพึ่งมันหละครับ ตอนนี้มีรุ่นใหม่ ถอดด้ามมาแล้ว การป้องกันจะเห็นเป็นดังนี้ มีไฟล์ขนาด 4 Gb โอ้พระเจ้าเป็นไปได้อย่างไร แต่ไม่ต้องตกใจเรามารับมือกะมัน เพื่อที่จะได้มาเก็บในคอลเล็คชั่นกัน สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับเมนูอาหารสมองครั้งนี้
เล็กน้อยๆคับเคล็ดไม่ลับกับWINDOWS เคล็ดลับ window ที่คุณอาจไม่เคยรู้ หรือรุ้แล้วหว่า >>ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น >>ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น >>หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ >>คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ >>ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย >>การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop >>ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt+D หรือ Ctrl + Tap เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้ >>คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก >>คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้ >>ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว >>คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start Run พิพม์จุดลงไปแล้วกด Enter ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ >>ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar >>ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \"con\" ได้ ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น >>การกด Ctrl ค้างเอาไว้ เวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu >>คุณสามารถ ปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก >>หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงาน ที่สะดวกขึ้น >>ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send >>คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Item ต่างๆ ได้ >>การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน >>การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา >>คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare >>เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break >>การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ >>การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter >>การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete >>การกด Shift ค้างไว้ เวลาใสแผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา >> กดแค่ shit ค้าง แล้วเลื่อน สกอล เม้าท์ขึ้นลง เพื่อ Back หรือ Forward :rolleyes:
10 เทคนิคกรใช้ internet Explorer 1.ค้นหาข้อมูลใน web ที่กำลังใช้งาน เราสามารถ search ข้อมูลใน web ที่กำลังเข้าไปดูอยู่ได้ โดยการกด keyboard Ctrl+F 2.ปุ่มใดแทนคำสั่ง back ได้ ปุ่ม Backspace ใน keyboard สามารถใช้ทดแทนคำสั่ง back เวลา surt net ได้ 3.ปิด window ให้เร็วดังใจ ใช้ปุ่ม Ctrl+W ใน keyboard เพื่อปิด window ที่กำลังใช้งานอยู่ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม close ก็ได้ 4.ดู address bar ว่าไปที่ไหนมาบ้าง address bar คือตำแหน่งที่ใช้ในการพิมพ์ url ของ web site ต่าง ๆ.. เราสามารถดูได้ว่าเคยพิมพ์อะไรไปบ้าง โดยการกดปุ่ม keyboard F4 โปรแกรมจะแสดงรายละเอียดให้ทราบ 5.save URL ให้เร็วที่สุด คุณสามารถกดปุ่ม keyboard Ctrl+D เพื่อ save ที่อยู่ใน web site ที่คุณดูอยู่ในปัจจุบันได้ (เผื่อคราวหน้าจะได้ เยี่ยมไปแวะชมอีกได้ สะดวกไงครับ) 6.ส่ง web ถูกใจไปให้เพื่อน คุณทราบหรือไม่ว่า web page ต่าง ๆ ที่เราแวะเข้าไป สามารถส่งไปให้เพื่อนดูได้ เพียงแค่เลือกเมนู File เลือก Send และเลือกหัวข้อ Page by Email แค่นี้เพื่อนคุณก็จะได้รับ web ที่มีหน้าตาเหมือนกับที่คุณกำลังดูอยู่ แจ๋ว! ไหมค่ะ 7.เลื่อนดูหน้า web อย่างรวดเร็ว ปกติเวลาจะดูรายละเอียดของ web page แต่ละหน้า จำเป็นต้องใช้เม้าส์คลิกลาก ขึ้น-ลง ด้านบนสุด หรือล่างสุด ทำให้ไม่สะดวกนักสำหรับผู้ไม่ถนัดในการใช้เมาส์ ลองกดปุ่ม keyboard ที่ชื่อว่า Home หรือ End ดู คงช่วยอะไรคุณได้บ้าง.. 8.อยาก save ภาพเป็น wallpaper บางครั้งเราแวะไปเยี่ยมชม web site บางแห่ง แล้วถูกใจในรูปภาพนั้น ๆ และอยากจะนำกลับมาเป็น wallpaper สำหรับโปรแกรม Internet Explorer มีตัวช่วยให้คุณครับ เพียงแค่กด คลิกขวาที่บริเวณภาพ จากนั้นเลือกคำสั่ง Set as wallpaper 9.เลื่อนขึ้น-ลง ทีละนิด web page บางหน้าอาจมีความยาวมาก การจะเลื่อนหน้าทีละนิดเพื่ออ่านข้อมูล ถ้าจะใช้เมาส์ บางทีอาจไม่สะดวกนัก ลองใช้ keyboard ปุ่มที่ชื่อว่า Page Up หรือ Page Down ดูซิค่ะ น่าจะดีกว่าเยอะเลย.. 10.แสดงพื้นที่บน internet Explorer ให้มากที่สุด ให้กด keyboard F11 เพื่อขยายเต็มหน้าจอ กดอีกครั้งจะเป็นการกลับสู่สภาพเดิม
วิธีเข้าเว็บที่โดนบล็อก มีหลายวิธีนะครับ แต่ผมเอาวิธีง่ายๆแล้วกานไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เข้าไปที่ 1.www.workstudyplay.com 2.www.msn.com 3.www.google.com พวกนี้เป็นsuftprivaty มันมีPROXYประจำเว็บอยู่เราก็แค่เข้าผ่านเว็บนี้ แต่ถ้าเห็นว่ามันยุ่งอยากไปต้องมาเข้าทำไมหลายๆรอบเราก็แค่ไปเปลี่ยนPROXY เท่าน้นเอง ไปที่ tool>internet option>conection>lan setting> use proxy sever ส่วนรายชื่อPROXY นั้นเดียวขอเวลารวบรวมมาแปบ1น้าคับ
เบื่อไหม เดียวนี้โปรแกรมใหญ่ขึนแต่ทว่าไหงซีดีขนาดเท่าเดิม แต่เดียวก่อนเรามีวิธีทำให้ซีดีจุเพิ่มขึ้น10-20%เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับซีดีแต่ละเเผ่นด้วยครับ ว่าจะทำได้เท่าไหร่ครับ ไรด์เเผ่นให้ได้ 830 เมก เต็มๆๆๆ 1.เปิด โปรแกรม Nero Express 2.คลิก More เลือก Configure 3.General => status bar : yellow marker ใส่เป็น 80 : red marker ใส่เป็น 99 4. กด Apply => OK. 5. Expert Features => เลือกเครื่องหมายถูก หน้า Enable overburn Disk- at- once 6. ตรง Maximum CD size : ใส่ 99 (min) 7. กด Apply => OK. 8. เลือก File ที่ต้องการ Burn => finished => next 9. กด More ตรง Write Method เลือก Disk-at-once 10. Burn 11. จะมี ข้อความขึ้นมาหน้าจอ ถามว่า Over Burn Writing Prevention better than cure เลือก Write Overburn Disc 12. รอ จนมีข้อความ completed successfully
เพิ่มความแรงให้ Winxp แบบง่ายๆ เมื่อคุณได้ทำการปรับแต่งตามนี้จนครบถ้วนแล้ว จะทำให้เครื่องคุณแรงขึ้นอย่างแน่นอนครับ เอาหัวผมรับประกันได้เลยนะครับ 1. เพิ่มพื้นที่ให้ HDD พื้นที่ว่างของ HDD จะมีผลกับความเร็วในการทำงานพอสมควร วิธีเพิ่มพื้นที่ง่ายก็ 1. ใช้ Disk Cleanup 2. ลบไฟล์ขยะ -ไปที่ start > run พิม %temp% กด ok แร้วลบให้หมด 3. ลบโปรแกรมที่ไม่ใช้ไปบ้าง 4. ปรับค่าใน System Restore โดยปกติ Winxp จะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ใน Restore แต่มันจะกันเป็นเปอร์เซนต์ ยิ่งถ้า HDD ของเรามีขนาด ใหญ่ System Restore ก็จะกันไว้มากเท่านั้น ซึ่งมันไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ปรับได้โดย - คลิกขวา My com > Propoties ไปแถบ System Restore ก็เลื่อนให้พอดีๆ หรือปะมาน 4% ก็พอ - หรือไม่ใช้ก็ปิด System Restore ไปเลยโดยกดไปที่ Turn off System Restore on all drives
II ปรับ Effect ของ Winxp ใครๆ ก็รู้ว่า Winxp มี Interface ที่สวยงาม แต่ด้วยความสวยที่ว่า มันกลับทำให้เครืองทำงานช้าลง มีหลาย effect ที่เราแทบมองไม่เห็น บางอย่างเราปิด effect นั้นๆ ลงแล้วก็ยังไม่มีผลกับการแสดงผล ด้วยซ้ำ ปรับได้โดย - คลิกขวา My Com > Propoties ไปแถบ Advance หัวข้อ Performance กด Settings ซึ่งปรับได้ 4 แบบ * Let Windows choose what's best for my computer ก็คือให้ WIndowsปรับค่าที่เหมาะสมเอง * Adjust for best appearance คือปรับแบบให้สวยสุด แต่ทำงานจะช้าลง * Adjust for best performance คือปรับแบบให้ทำงานไวสุด แต่จะไม่สวย * Custom คือ ปรับค่าเอาเอง
III ตั้งค่าหน่วยความจำเสมือน 1. เปลื่ยนที่อยู่ของ Pagefile ไปไว้ไดร์ฟอื่นที่ไม่ใช่ไดร์ฟที่ลง Windows ไดร์ฟระบบหรือไดร์ฟที่ลง Windows ทำงานหนักมากพออยู่แว้ว ทั้งการเรียกโปรแกรมต่างๆ หรือเรียกไฟล์ ระบบ อีกทั้งปัญหา Fragment บนไดร์ฟระบบที่มีการอ่านเขียนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเปงปกติที่ไดร์ฟระบบจะพบปัญหา fragment อยู่บ่อยกว่าไดร์ฟอื่น * fragment ก็คือ เนื้อที่ข้อมูลอยู่กระจัดกระจายกัน ทำให้เวลาอ่านไฟล์ช้าลง Pagefile นั้นมีการอ่านเขียนข้อมูลบ่อยมาก ถ้าหากเรานำ Pagefile ไปไว้ในไดร์ฟอื่น จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้น <แยกการทำงานไปไว้ที่อื่นบ้าง> - คลิกขวา My Com > Propoties ไปแถบ Advance หัวข้อ Performance กด Settings - ไปแถบ Advanced หัวข้อ Vitual Memory กด Change - กดที่ไดร์ฟ C แร้วไปที่ No paging file กด Set - ไปที่ไดร์ฟที่จาลง D E F ... กด Custom size ก้อปรับขนาดให้เหมาะสม ทั้ง 2 ค่า Initial size กับ Maximum size แร้วกด Set ปรับค่า paging file อย่างไรให้เหมาะสม - ถ้าแรมน้อยกว่า 512 ให้เอาแรมไปคูณกับ 1.5 อย่างถ้าแรม 256 ขนาดมันก็ 256*1.5 จะเท่ากับ 384 ก็ใส่ไปทั้ง 2 ค่าเลย - ถ้าแรมมากกว่า 512 ให้ใส่ค่าแรมไปเลย อย่างที่รู้ๆกันว่าการเรียงไฟล์จาทำให้เครื่องทำงาน เร็วขึ้น Paging file ก็เหมือนกัน ถ้ามันได้เรียงไฟล์บ้างก็จะทำงานได้เร็วขึ้น แต่ Defragment ของ Windows ไม่สามารถเรียงไฟล์ Paging file ได้ จึงจำเปงต้องมี โปรแกรมเฉพาะ สามารถดาวโหลดที่ http://www.sysinternals.com/files/pagedfrg.zip เมื่อโหลดเสร็จ คลาย zip ออกแล้วเปิดโปรแกรม มันจะมีให้เลือกว่า * Defragment at a next boot คือ เรียงไฟล์เมื่อบู๊ตทั้งหน้า * Defrag every boot คือ เรียงไฟล์เมื่อบู๊ตทุกครั้ง ก็เลือกว่าจะอันไหน
IV ลบขยะใน Registry Registry เป็นไฟล์ของระบบที่มีการเก็บค่าการลงทะเบียนหรือค่าตั้งต้นต่างๆของโปรแกรมที่ติดตั้งลงในเครื่อง แต่พอเราเอาโปรแกรมออก บางครั้งยังมีโปรแกรมคงค้างหลงเหลือไว้ใน registry เมื่อ registry มีขนาดใหญ่ ขยะเหล่านั้นจะทำให้เครื่องทำงานช้าลง ถ้าลบขยะใน registry ออก ก็จะช่วยลดเวลาในการอ่าน registry ของ windows ลงด้วย ** แต่การแก้ไข registry เป็นสิ่งที่อันตรายมาก ถ้าลบผิดไป เครื่องอาจจะ บู๊ตไม่ติดเลยก็ได้ ควรเลือกใช้โปรแกรมลบโดยเฉพาะดีกว่านะ เอิ๊กๆๆ โหลดได้ที่ http://software-files.download.com/s...&psid=10262639 V เรียงข้อมูลใน HDD บ้าง โปรแกรมที่แนะนำ Diskeeper Pro 9 http://www1.execsoft.com/mrtwwjnh/Di...ofessional.exe อันนี้แถมให้ เรียงไฟล์บู๊ตระบบ จะทำให้บู๊ตเครื่องได้เร็วขึ้นหน่อย ไปที่ start > run พิม cmd กด ok จะเข้าสู่ DOS พิมพ์ defrag c: -b แร้ว enter รอสักครู่ จบ VI จัดการกับ Service ที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง มีหลาย Service ที่ winxp ที่เราใช้ๆ กันอยู่ ไม่จำเป็น โดยดูได้ที่ http://www.blackviper.com/WinXP/servicecfg.htm ดูที่ SAFE คือ ปิดเฉพาะ service ที่ไม่จำเป็นจริงๆ ปิดโดย - คลิกขวา My com > Manage - กด + ที่ Service and Applications กด Services - เลือก Service นั้นๆ แล้วกดเปลื่ยนเป็น Disable ตรง Startup Type VII ปรับค่าการบู๊ตเครื่อง อย่างที่รู้ๆกันว่า Winxp ขึ้นชื่อเรื่องการบู๊ตช้ามั่กๆๆ เอิ๊กๆๆ Microsoft จึงได้ออกแบบโปรแกรมในการจัดการกับบู๊ตไทม์ของ Windows ชื่อว่า Microsoft Bootvis http://download.softpedia.com/softwa...em/bootvis.msi โหลดเสร็จก็ลงเครื่อง - เปิดโปรแกรม ไปที่ Trace > Optimize System ตัวโปรแกรมจะทำการบู๊ตเครื่องและเข้าสู่ Windows ใหม่แล้วจะทำการปรับค่าเอง
วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551
แจกวิชาโกงคอม
เขียนโดย
acasia
ที่
07:41
0
ความคิดเห็น
วิธีแก้ปัญหาจากไวรัส
วิธีแก้ปัญหาจากไวรัสบางคนอาจจะรู้แล้ว หรือยังไม่รู้ก็ได้นะ เป็น ไวรัส หรือหนอนที่ผมเจอมากที่สุดในช่วงนี้ เหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะ Flash Disk (หรือ Handy Drive) เป็นส่วนใหญ่ เสียบกันไปกันมาได้เรื่องเลย บทความส่วนใหญ่มาจากเว็บ Com-th.net เป็นส่วนใหญ่นะครับ ขอขอบคุณเจ้าของบทความด้วยครับ 1.ไวรัส W32/Rontokbro.b@MM ตัวนี้ผมเจอตอนแรกๆ งงเลย งงไม่พอปวดหัวกับมันมากเพราะที่ทำงานผมแลนกันสี่เครื่องก็ติดทั้งสี่เลย โอ้มายก๊อดมันยอดมาก ใช้แม๊กอะฟรี้ ก็หลับปุ๋ย(ฟรี้ๆๆๆ) ใช้ร่มแดง(AntiVir) ก็หุบ ช่วงแรกก็เลยปล่อยเลยตามเลย (เพราะไม่รู้จัก NOD32) ไปหาชื่อไอ้ไวรัสตัวนี้ก็พบวิธีแก้ไข ดังนี้ อาการที่เกิดจากไวรัสตัวนี้ Folder Options ใน Explorer หายไป เข้า Msconfig ไม่ได้เครื่องจะรีสตาร์ททันที เข้า Regedit ไม่ได้มีข้อความว่า "Registry editing has been disabled by your administrator" เปิด Folder หรือ Shortcut ไม่ได้หรืออ้างอิงผิดตำแหน่งจะโยงมา My document ใน Folder จะมีไฟล์ .exe เป็นชื่อของ Folder นั้นๆ เช่นโฟลเดอร์ Game พอเราเข้าไป จะพบไฟล์ Game.exe การแก้ไขและกำจัด ปิด System restore ก่อนเนื่องจะไวรัสเหล่านี้จะฝังตัวอยู่ใน System Restore ทำให้กำจัดเท่าไรก็ไม่หมดไปเสียที สำหรับ WinMe http://service1.symantec.com/SUPPORT/tsgeninfo.nsf/docid/2001012513122239?Opendocument&src=sec_doc_nam สำหรับ WinXp http://service1.symantec.com/SUPPORT/tsgeninfo.nsf/docid/2001111912274039?Opendocument&src=sec_doc_nam สำหรับ XP อาจคลิ๊กขวาที่ My Computer เลือก Properties แล้วหาแท๊บ System restore แล้วเลือก Turn Off All Drive ก็ได้ครับ หากมีหลายเครื่องให้ปิดแชร์ก่อนหรือดึงสายแลนออกก่อน Reboot เครื่องเพื่อเข้าสู่ Safe Mode กด F8 เลือก Administrator ไปที่ Start > Run > พิมพ์ msconfig > Ok > Startup > ยกเลิกเครื่องหมาย(ถูก) หน้ารายงานเหล่านี้ norBtoksmss Reboot เครื่องใหม่เข้าสู่ Windows ปกติ ไวรัสจะไม่สามารถเรียกขึ้นมาตอน Start up อีก ดาวน์โหลดไฟล์ http://securityresponse.symantec.com/avcenter/UnHookExec.inf เมื่อเสร็จแล้วคลิกขวา UnHookExec > กด Install เพื่อ Registry จะถูกปลดล๊อคออก ไปที่ Start > Run > พิมพ์ Regedit > Ok ไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\ Policies\Explorer ทางกรอบขวามือจะพบรายการ "NoFolderOptions" = "1" ให้ Delete ได้เลย เพื่อ Folder Options ใน Explorer ที่หายไปกลับคืนมา ไปที่ Start > Run > พิมพ์ %UserProfile%\Local Settings\Application Data\ > Ok เมื่อพบไฟล์รายการนี้ให้ Delete ทิ้งให้หมด csrss.exe inetinfo.exe lsass.exe services.exe smss.exe winlogon.exe ไปที่ Start > Run > พิมพ์ %UserProfile%\Start Menu\Programs\Startup\ ลบไฟล์ Empty.pif ไปที่ Start > Run > พิมพ์ %UserProfile%\Templates\ ลบไฟล์ A.kotnorB.com ไปที่ Start > Run > พิมพ์ %Windir%\inf\ ลบไฟล์ norBtok.exe ไปที่ Start > Run > พิมพ์ %System%\ ลบไฟล์ 3D Animation.scr Restart กันเหนียวก็ควร ลงโปรแกรม NOD 32 หรือ Anti Virus อื่นๆ(ตอนนี้น่าจะอัพเดตกันหมดแล้วนะ) เพื่อแสกนอีกรอบ จบข่าว
เขียนโดย
acasia
ที่
07:40
0
ความคิดเห็น
วิธีปลดบล๊อกความเร็ว Internet
วิธีปลดบล๊อกความเร็วเน็ตให้เน็ตวิ่ง 100% โดยปกติแล้ว window จะ บล็อกความเร็วเน็ต ไว้ 20 เปอร์เซ็นต์ เรามีวิธีปลดบล๊อกได้ด้งนี้ ติดจรวดเล่นอินเตอร์เน็ตให้กับ Windows XP การใช้งานอินตอร์เน็ตบางครั้งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายด้าน เราก็ พยายามหาหนทางปรับแต่งให้ถูกใจ และถูกเงิน วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ทำให้การท่องอินตอร์เน็ตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 1. คลิกที่ปุ่ม Start 2. เลือกที่แถบรายการ Run 3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้วคลิก OK 4. จะแสดงหน้าต่างของการปรับแต่ง Group Policy 5. ที่ Computer Configaration เลือกแถบ Administrative Templates 6. หัวข้อ Network เลือกที่ QoS Packet Scheduler 7. มองหน้าต่างด้านขวามือ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwidth 8. จะปรากฎกรอบหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwidth Properties 9. เลือกแถบ Setting คลิกที่ช่อง Enable 10. ในช่อง bandwidth limit (%) : ปรับค่าเป็น 0 11. คลิก OK เพื่อยืนยันการใช้งาน แค่นี้เองลองนำไช้ดูครับ
เขียนโดย
acasia
ที่
07:34
0
ความคิดเห็น
5 นาทีกับการจัดการความรู้
อ. สมชาย นำประเสริฐชัย
ไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยไหน ความรู้นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้บุคคลหรือองค์กรประสบความสำเร็จในระยะยาว และในอนาคตนี้จะทวีความสำคัญมากยิ่ง ๆ ขึ้น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องมีกระบวนการเพื่อให้มีความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็วกว่าคู่แข่ง การจัดการโครงสร้างการจัดการความรู้ที่เหมาะสมมาใช้ในเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ฐานความรู้ยังช่วยให้องค์กรสามารถให้เหมาะสมได้ เพราะว่าในส่วนของความรู้ ความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่เคยขึ้นอยู่กับตัวบุคลากรนั้นจะถูกเก็บอยู่ในฐานความรู้แทน ความรู้เป็นสิ่งที่สามารถได้รับจากหลาย ๆ แหล่งที่อิสระ เช่น การเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ฐานข้อมูล หรือระบบสารสนเทศต่าง ๆ
รู้จักกับ KBS และ KM
เมื่อจะกล่าวถึงเรื่องราวของความรู้แล้วมักจะได้ยินว่า Knowledge Based System (KBS) และ Knowledge Management (KM) ในส่วนของ KMS เป็นส่วนของระบบฐานความรู้ ซึ่งนับว่าเป็นศาสตร์สาขาหนึ่ง ในปัญญาประดิษฐ์ สำหรับ KM นั้นเป็นเรื่องของการจัดความรู้ ซึ่งกล่าวได้ว่ามีขอบเขตที่กว้างมากกว่าการจัดการข้อมูล (Data Management) การจัดการสารสนเทศ (Information Management) หรือแม้แต่การจัดการระบบ (System Management) การที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของการจัดการความรู้นั้นไม่ได้ ขึ้นกับเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น รูปแบบขององค์กร สังคม พฤติกรรม และยังรวมถึงวัฒนธรรมด้วย แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีส่วนช่วยในการสรุปรวบรวม และเข้าถึงแหล่งความรู้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวของบริษัท หรือร้านค้าที่ประกอบการค้าอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นยังเกี่ยวข้อง และรวมถึงหน่วยงานที่ไม่แสวงกำไร และองค์กรสาธารณะอีกด้วย
ระบบฐานความรู้
ระบบฐานความรู้ (KBS) นั้นให้คอมพิวเตอร์สามารถรับความรู้จากภายนอก เก็บเข้าถึงและเรียกใช้ความรู้ผ่านโปรแกรมโดยใช้หลักของกระบวนการที่มีเหตุผลสำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องราวที่สนใจที่เรียกว่าโดเมน (Domain) ในส่วนของ KBS นี้ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ
1. ฐานความรู้ (Knowledge Base) เป็นหัวใจของระบบ KBS เป็นส่วนที่เก็บกฎและความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ซึ่งอาจเก็บอยู่ในรูปแบบง่าย ๆ อย่างเช่น if X then Y โดยมีจำนวนกฎจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การแทนความรู้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เนื่องจากรูปแบบของความรู้นั้นไม่มีรูปแบบที่แน่นอนตายตัว
2. เครื่องจักรอนุมาน (Inferrence Engergy) เป็นส่วนที่ใช้ในการตีความตามกฎต่าง ๆ เริ่มจากการตรวจสอบฐานข้อมูลถึงการกำหนดสมมติฐาน หากไม่ตรงตามสมมติฐานก็จะตีความตามกฎที่อยู่ใน Workledge Base
3. ฐานข้อมูล (Database) เก็บสมมติฐาน และสถานะเริ่มต้นในการเริ่มกระบวนการค้นหา นอกจากนี้ยังเก็บความจริงที่กำหนดโดยผู้ใช้ด้วย
รูปที่ 1 วัฎจักรของระบบฐานความรู้
เป้าหมายของการจัดการความรู้
การจัดการความรู้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาก็ตาม สำหรับการประเมินทางนามธรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ระบบการจัดการความรู้นั้นมักมีโครงสร้างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังนี้คือ
ความพร้อมของความรู้ (Available)
การที่จะสามารถเรียกใช้หรือค้นหาเพื่อใช้ประโยชน์จากความรู้ได้นั้น จำเป็นต้องมีความพร้อมของความรู้ก่อน ความรู้แบ่งออกเป็นความรู้ภายนอก (External Knowledge) และความรู้ภายใน (Internal Knowledge) แหล่งความรู้ภายนอกนั้นต้องมีการค้นหา การประเมินและรวบรวม ซึ่งวิธีที่ง่ายก็คือการใช้เครื่องมือค้นหาหรือที่เรียกว่าเสิร์จเอ็นจิน สำหรับฐานความรู้ภายในสำหรับองค์กรนั้นเป็นสิ่งที่ยุ่งยากเนื่องจากความรู้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบสำเร็จที่สามารถใช้งานได้ทันที จำเป็นต้องสร้างหรือปรับเปลี่ยนเองโดยใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือของพนักงานในองค์กร เช่น การเพิ่มข้อมูลของแต่ละคนลงในฐานความรู้ขององค์กรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สไลด์ เอกสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้รู้สึกว่าเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งของพนักงานและองค์กร นอกจากนี้องค์กรยังต้องมีเครื่องมือช่วยในการรวบรวมและค้นหา (Integrated Knowledge Query Engine) ทั้งความรู้ภายนอกและภายในเข้าด้วยกันเพื่อให้การเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
ความถูกต้องของการเรียกค้น (Accurate in Retrieval)
การเรียกค้นของเป็นจุดที่กำหนดความสำเร็จหรือล้มเหลวของระบบโครงสร้างความรู้ การเรียกค้นในปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนแทบเรียกได้ว่าเกือบล้มเลิกเทคนิคการเรียกค้นแบบเดิม ๆ ที่ใช้คำสำคัญในการค้นหาโดยส่วนของข้อมูลทั้งเวลาที่เก็บและเรียกค้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ตัวอย่างของปัญหาการค้นหาที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่น การค้นหาข้อมูลในเว็บที่ใช้เวลามากและยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นที่ต้องการจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้เครื่องมือค้นหาในเว็บได้ใช้เทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยการพยายามที่จะเข้าใจเนื้อหาของคิวรีและเอกสาร การค้นหาได้มีการนำการจัดหมวดหมู่ (Classification) มาใช้ร่วมกับคำสำคัญเพื่อกรองความรู้อีกลำดับหนึ่ง
ความรู้ที่มีคุณภาพ (Effective Knowledge)
ความรู้ในฐานความรู้ต้องมีคุณภาพสำหรับเป็นฐานความรู้เพื่อให้บรรลุความสำเร็จ หากคุณภาพของฐานความรู้ด้อยลงก็จะส่งผลให้มีการใช้แหล่งความรู้ลดลงหรืออาจเลิกใช้ไปเลยก็ได้ ความมั่นใจในคุณภาพของความรู้ในฐานความรู้ภายนอกนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการในการพิจารณา เช่น ชื่อ การสรุปจากผู้รู้ และหลังจากเรียกดูก็มีโอกาสในการประเมินคุณภาพและเพิ่มข้อมูลลงไปเพื่อเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับกรองความรู้ในการเรียกค้นต่อไป
ความสามารถเข้าถึงความรู้ (Accessible Knowledge)
โครงสร้างของการจัดการความรู้นั้นต้องให้ผู้ต้องการสามารถเข้าถึงและใช้งานได้เมื่อต้องการ
สรุป
ความรู้เป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นกับการดำเนินการในเรื่องราวใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฐานความรู้ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามารถที่จะนำความรู้มาใช้ได้อย่างเหมาะสมในเวลาที่ต้องการ
เขียนโดย
acasia
ที่
07:23
0
ความคิดเห็น
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2551
Flash BIOS แล้วเครื่องเจ๊ง ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดเท่านั้นจริงหรือ
มีหลายคนที่มักเข้าใจผิด ๆ ว่า ถ้า Flash BIOS พลาดแล้วทำให้เครื่องเจ๊ง ต้องซื้อเมนบอร์ดมาเปลี่ยนใหม่เท่านั้น จริง ๆ แล้วยังพอมีทางเยียวยาให้หายได้เหมือนเดิม คือต้องถอดชิป CMOS ไปโปรแกรมใหม่ ซึ่งสามารถใช้บริการ ได้ตามร้านซ่อมคอม ฯ ทั่วไป เสร็จแล้วก็นำชิป CMOS มาติดตั้งลงบน Socket ตามเดิม โดยขั้นตอนแรกอย่าลิมเข้าไป Load Default ใน BIOS เสียก่อน จากนั้นก็สามารถใช้งานเครื่องได้ตามปกติ ถ้าคุณไม่สามารถทำเองได้ก็ยกไปใช้ช่างทำเองทั้งหมดก็ได้ ค่าใช้จ่ายประมาณ 300-500 บาท
By www.bcoms.net
เขียนโดย
acasia
ที่
02:05
0
ความคิดเห็น
แก้ปัญหาอินเตอร์เน็ตเน็ตหลุดบ่อย
แก้ปัญหาอินเตอร์เน็ตเน็ตหลุดบ่อย
ตรวจสอบสายโทรศัพท์ว่า ใช้งานได้ปกติหรือไม่ตรวจสอบว่ามีเสียงซ่าหรือเสียงรบกวนในสายหรือไม่ขณะใช้สายโทรศัพท์ (แจ้งเหตุเสียได้ที่ 1177 - 02 ตามด้วยเบอร์โทรบ้าน 7 หลัก )
ทำการเปิดบริการสายเรียกซ้อนหรือไม่ ควรยกเลิกชั่วคราวขณะเชื่อมต่อ Internetทำการยกเลิกชั่วคราวก่อนครับโดยกดที่โทรศัพท์ "#43#"(หลังเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต กด "*43#" เพื่อใช้บริการ สายเรียกซ้อนครับ )
อาจจะเกิดจาก เชื่อมต่อกับหมายเลขที่ไม่ Support กับ Modem ผู้ใช้เองให้เปลี่ยนหมายเลขที่ใช้เชื่อมต่อเช่น ISP อาจจะให้มา 2 หมายเลขเป็นแบบ 56K-Flex กับ 56K V.90/X2 ถ้าเชื่อมต่อกับแบบ 56K V.90/X2 แล้วมีปัญหา สายหลุด ก็ให้ลองเปลี่ยนเบอร์ เชื่อมต่อเป็นแบบ 56K-Flex ดูครับ ถ้าใช้ได้แล้วไม่หลุด ก็ควรใช้เป็น หมายเลขใหม่ ( สำหรับบางท่าน ที่ใช้ Modem V90 แล้วเชื่อมต่อกับเบอร์ ที่เป็น V90 แล้วหลุดแต่ กับ 56K-Flex หรือ กับ 33.6K แล้วไม่หลุด ให้สอบถามปัญหาได้จาก ISP ที่ให้บริการครับ )
ตรวจสอบ properties ของ modem เบื้องต้นก่อนดังนี้ครับเลือก Start -> Setting ->Control Panel -> Modems -> คลิกปุ่ม Properties ... ในแถบ Generral ให้เลือกค่า Maximum speed ที่ใกล้เคียงกับ modem ที่ใช้งานครับ ( modem56K ควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน57600, modem33.6K ควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน 38400 , modem14.4Kควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน19200 ) -> Connection ... ในหน้านี้ต้องไม่มีเครื่องหมายถูกในหัวข้อ Wait for Dial tone before dialing ถ้ามีให้ยกเลิกออกครับ -> Advanced... ตรวจสอบค่าในหัวข้อ Extra settings ว่ามีคำสั่งใดๆ พิมพ์ไว้หรือไม่ ถ้ามีให้ลบออก ใส่ค่าใหม่ดังนี้ครับ
ats10=200
s10=254 s25=50 ให้ใส่ค่าที่ 1 ก่อนแล้วก็คลิกOk -> คลิก Ok -> คลิก Close และให้ Restart เครื่องก่อนและ Connect ใหม่ ถ้ายังหลุดอีก ให้ลบออก ใส่ค่าที่ 2 แทน แต่ถ้าใช้ค่าได้ได้ก็ให้ใช้ค่านั้นไม่ต้องเปลี่ยนครับ ถ้าใช้ไม่ได้เลยก็ให้ลบออกครับคลิก...ค่า Extra setting อื่นๆที่ช่วยแก้ไขเรื่องหลุดบ่อยได้
หากตรวจสอบและแก้ไขตามข้อ 1 ถึง 3 แล้วยังมีปัญหาเรื่องหลุดบ่อยควรติดตั้ง driver modem ใหม่โดยก่อนติดตั้ง Driver ใหม่ควร Remove Driver เดิมออกก่อนหลังจากนั้นติดตั้ง Driver ใหม่แล้วทำตาม ข้อ 4 อีกครั้งจากนั้นทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
ปัญหาอาจเกิดจาก modemmodem ที่ใช้งาน ทดลองนำไปติดตั้งที่เครื่องอื่น แล้วทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ดูว่ามีปัญหาหลุดบ่อยเหมือนกัน หรือไม่ครับ ถ้าใช่ควรติดต่อกับร้านจำหน่าย กรณีถ้ายังอยู่ในช่วงรับประกัน
มีปัญหาที่ Dial-Up Adapter ใน network ซึ่งอยู่ใน Control Panel มีปัญหา หรือไม่สมบูรณ์ให้ Remove Dial-Up Adpater ใน Network ซึ่งอยู่ใน Control Panel ออกและ Add เข้าใหม่ครับWindows 98 คลิกดูวิธีที่นี่ WindowsMEคลิกดูวิธีที่นี่
ปัญหาอาจเกิดจากสายโทรศัพท์(ตรวจสอบด้วย Modem) ให้ติดตั้ง Modem อื่นๆ ( อาจจะขอยืมจากเพื่อน ) ทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต มีปัญหาการหลุดบ่อย หรือไม่ถ้า ถ้าไม่ใชเกิดจากสายโทรศัพท์อาจจะเกิดจาก Modem เองแต่ถ้ายังหลุดอยู่เหมือนเดิมให้ลองเปลี่ยน ISP ครับลองเปลี่ยนยี่ห้อ net ที่ใช้อยู่ว่ายังหลุดบ่อยหรือไม่ถ้าไม่ก็ไม่ควรที่จะใช้ ISP ที่มีปัญหาอยู่ครับ
อาจจะเกิดจากการตั้งค่าบางอย่างในโปรแกรมที่ใช้ที่เครื่อง ทำให้หลุดบ่อยได้
อาจจะเกิดจากInternet Explorer คลิกที่ Disconnect if idle for ทำให้การเชื่อมต่อ Internet หลุดได้ครับ ดูวิธีตรวจสอบและแก้ไขคลิกที่นี่
อาจจะเกิดจาก Internet Explorer คลิกที่ Always dial my default connection ทำให้การเชื่อมต่อ Internet หลุดได้ครับ วิธีตรวจสอบและแก้ไขคลิกที่นี่
อาจจะเกิดจาก Outlook Express คลิกถูกที่ Hang Up after sending and receiving และที่ Always connect to this account using: แนะนำวิธีแก้ไขและตรวจคลิกที่นี่
แก้ไขทุกขั้นตอนยังคงมีปัญหาสายหลุดบ่อย ติดต่อ ISP ผู้ให้บริการครับโดย แจ้งว่าได้ทำขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เรียบร้อย ทุกขั้นตอนแล้ว อย่างไรบ้าง ครับข้อมูลจาก www.nanaidea.com
เขียนโดย
acasia
ที่
02:02
0
ความคิดเห็น
วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2551
ข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง ทำอย่างไร ???
อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่น ๆ ดูก่อน ถ้าไม่หาย ก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ ๆ กับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หรืออาจจะดูวิธีการจากคู่มือเมนบอร์ด หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย
เขียนโดย
acasia
ที่
05:25
0
ความคิดเห็น
รวมทิปแก้ปัญหาปริ้นเตอร์
งานพิมพ์มีรอยขีดเล็กๆ เป็นระยะๆหากคุณสั่งพิมพ์เอกสารออกมาแล้วพบว่ามีรอยขีดเส้นเล็กๆ อยู่ที่ขอบกระดาษด้านใดด้านหนึ่งเป็นระยะๆ ละก็ ให้สันนิษฐานก่อนว่าสาเหตุมาจาก Roller หลักที่อยู่บนเส้นทางเดินกระดาษมีคราบสกปรก ถ้าตรวจแล้วไม่พบให้ลองตรวจสอบที่ตลับโทนเนอร์ว่ามีการชำรุดหรือไม่? บ่อยครั้งที่พื้นผิวของดรัมในโทนเนอร์มีรอยเล็กๆ ทำให้เวลาพิมพ์เอกสารร่องรอยตำหนินั้นจึงติดลงบนกระดาษด้วย อย่าลืมตรวจสอบชนิดของกระดาษที่คุณใช้ด้วยเช่นกันตัวหนังสือที่หายไปบนผืนกระดาษปัญหานี้พบได้บ่อยๆ ครับ งานพิมพ์ที่มีตัวหนังสือหายไปเป็นช่วงๆ หรือฟอนต์ช่วงล่างขาดหายไปเป็นระยะๆ ข้อสันนิษฐานแรกให้มุ่งเป้าไปที่ผงหมึกในตลับอาจกำลังจะหมด หน้าสัมผัสของชุดลำเรียงกระดาษอาจมีคราบสกปรก รวมทั้งตลับโทนเนอร์เองอาจมีเศษผงหมึกเป็นคราบเลอะอยู่ อย่าลืมเช็กดูที่ Printer Properties ว่าคุณไม่ได้อยู่ในโหมดการพิมพ์แบบ Eco Mode ด้วย
สั่งพิมพ์ได้แต่ดันกลายเป็นเส้นๆเคยเห็นงานพิมพ์ที่มีแต่เส้นยาวๆ เป็นระยะๆ บนหน้ากระดาษบ้างไหมครับ ถ้าเคยละก็ ตลับหมึกของคุณใกล้หมดแล้ว นอกจากนี้สาเหตุอาจมาจากองค์ประกอบทางฮาร์ดแวร์ด้วย เช่น พื้นผิวของดรัมชำรุดหรือมีสิ่งสกปรก ชุด Fuser Film มีคราบหรือมีอะไรไปติดอยู่ รวมไปถึงมีสิ่งบดบังกระจกสะท้อนแสงในชุด Scanner ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการทำความสะอาดโดยด่วนครับ
มีจุดไข่ปลาที่ขอบกระดาษด้านบนและล่างงานพิมพ์โอเค ตัวหนังสือไม่หลุด กระดาษไม่เลอะเศษหมึก แต่บริเวณด้านบนและด้านล่างดันมีจุดไข่ปลาเกิดขึ้นซะนี่ สาเหตุของปัญหาที่ว่านี้มาจากองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นตัว Transfer Roller ขัดข้องหรือชำรุด แผงวงจร Formatter PCA เกิดความบกพร่อง ซึ่งอาจรวมไปถึงแผงควบคุมการจ่ายไฟ DC มีปัญหาเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ตรงนี้คงต้องส่งศูนย์ซ่อมอย่างเดียวแล้วละครับ
มีเส้นทับตัวหนังสือตลอดทั้งแนวปัญหานี้เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอมารบ้าง นั่นคืองานพิมพ์มีเส้นยาวๆ ทับตัวหนังสือตลอดทั้งแนว และบางทีก็ทับตัวหนังสือทุกบรรทัดด้วย สาเหตุให้มุ่งเป้าไปที่ความสกปรกเป็นหลักครับ ตรวจสอบ Roller หลักที่เป็นตัวป้อนกระดาษและตัวที่อยู่ในเส้นทางเดินกระดาษว่ามีคราบสกปรกอยู่หรือไม่? หรือมีรอยขีดข่วนบนพื้นผิวด้วยหรือไม่ และอย่าลืมสำรวจตลับโทนเนอร์ด้วยว่าถูกติดตั้งอย่างถูกต้องหรือลงล็อกดีแล้วหรือยัง?
งานพิมพ์สีซีดจางผิดปกติถ้าบังเอิญคุณสั่งพิมพ์เอกสารออกมาแล้วเห็นว่าสีซีดจากผิดปกติละก็ อันดับแรกตรวจสอบดูว่าคุณตั้งค่าการพิมพ์ในโหมดประหยัดหรือไม่ บางทีอาจมีใครไปปรับเล่น อย่างที่สองตลับหมึกใกล้หมดแล้วหรือยัง ตรงนี้อาจจะเป็นสาเหตุหลักก็ได้ครับ และอย่างที่สามตรวจสอบดรัมว่ามีอะไรไปติดขัดหรือไม่ เพราะถ้าระบบไม่ดูดผงหมึกออกจากดรัมหรือดูดอกไม่ได้ ก็ทำให้งานพิมพ์ออกมามีสีซีดจางแน่ๆ
งานพิมพ์ออกมาเบลอสีผิดเพี้ยนอาการแบบนี้มีหลายสาเหตุเช่นกัน ถ้าวิเคราะห์ง่ายๆ ก็ตั้งแต่กระดาษผิดประเภท หรือมีความชื้นที่กระดาษมากเกินไป ชุดฟีดกระดาษออกหลังพิมพ์กินเนื้อหมึกเข้าไปในลูกกลิ้ง ตรงนี้อุปกรณ์อาจจะเสื่อมสภาพก็ได้ครับ ส่วนที่ลึกกว่านี้ก็มีชุดควบคุมเลเซอร์ขัดข้อง รวมทั้งตัวขับเคลื่อนหรือมอเตอร์และฟันเฟืองต่างๆ ทำงานสะดุด ซึ่งจะส่งผลให้กระดาษที่กำลังฟีดเข้าไปอาจอยู่ผิดตำแหน่งหรือเลื่อนออกจากตัวป้อนกระดาษได้เช่นกัน
งานพิมพ์ขาวสะอาดแต่ด้านหลังกระดาษสกปรกอย่าเพิ่งรีบร้อนเอางานพิมพ์สำคัญของคุณส่งให้หัวหน้าหรือลูกค้าดู ถ้าคุณยังไม่ได้พลิกกระดาษกลับไปดูดด้านหลังเพราะมันอาจเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษผงหมึกก็เป็นได้ ปัญหาแบบนี้มักไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นกันครับ ให้คุณทำความสะอาดตั้งแต่ถาดรองกระดาษ ตัวฟีดกระดาษเข้าออก หรือตามลูกกลิ้งต่างๆ ที่อาจมีผงหมึกติดเป็นคราบฝังตัวอยู่
งานพิมพ์มีสีเข้มเกินกว่าเหตุพอเจอปัญหาหมึกจางไปแล้ว คราวนี้ก็มาลองเจอกับงานพิมพ์ที่มีเส้นเข้มเกินไปดูบ้างครับ สาเหตุหลักๆ ของปัญหานี้มาจาก ส่วนที่สัมผัสกับกระดาษเกินไป ต้องเช็กดูที่ดรัมว่ามีอะไรขัดข้องอยู่หรือไม่ รวมทั้งองค์ประกอบสำคัญอย่างแผงควบคุม Laser Scanner ที่อาจมีปัญหาในระหว่างสั่งพิมพ์ ซึ่งถ้ามีการอ่านค่าผิดเพี้ยนก็อาจมีปริมาณผงหมึกที่มากเกินความจำเป็นถูกส่งออกไปยังแผ่นกระดาษ
ตัวหนังสือบิดๆ เบี้ยวๆงานพิมพ์ที่มีตัวหนังสือบิดๆ เบี้ยวๆ หรือแม้แต่กระดาษม้วนงอตอนเครื่องฟีดกระดาษออกมา ให้ตรวจสอบดูว่าคุณป้อนกระดาษถูกชนิดที่เครื่องพิมพ์รองรับหรือไม่? โดยเฉพาะห้ามนำกระดาษโฟโต้ หรือกระดาษมันวาวต่างๆ ที่ใช้กับเครื่องอิงค์เจ็ตมาใส่โดยเด็ดขาด นอกจากนี้ถ้าอากาศรอบหรือในห้องที่วางเครื่องพิมพ์มีความชื้นหรือร้อนจนเกินไป ก็อาจส่งผลให้ระบบพิมพ์ต่างๆ ทำงานผิดเพี้ยนได้เช่นกัน ให้ลองไล่เช็กทีละจุดดูนะครับ
ภาพบนหน้ากระดาษเป็นรอยเหลื่อมกันปัญหานี้นอกจากภาพก็อาจรวมไปถึงตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนงานพิมพ์ด้วยนะครับ อย่างแรกเลยก็คือ หากตอนวางกระดาษมีการบีบอัดหรือเฉียงไม่ตรงช่อง ตอนที่ระบบฟีดกระดาษเข้ามาพิมพ์นั้น แน่นอนว่ากระดาษย่อมอยู่ในตำแหน่งที่เหลื่อมหรือไม่ตรงร่องด้วย ทำให้ภาพหรือตัวหนังสือเหลื่อมทับกันหรือเส้นต่างๆ ที่ปรากฏก็จะไม่ตรงด้วย โดยเฉพาะตารางจะเห็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้น เวลาป้อนกระดาษเข้าให้ตรวจสอบด้วย
ช่องว่างที่หายไปบนหน้ากระดาษบางครั้งคุณอาจเจอกับช่องว่างเล็กๆ ที่หายไปบนภาพ ตัวหนังสือ หรือเส้นต่างๆ ซึ่งบริเวณที่หายไปจะไม่มีหมึกติดอยู่เลย การตรวจสอบแรกให้ดูว่ากระดาษแผ่นนั้นมีความเรียบเสมอกันหรือไม่ หรือเป็นกระดาษพิเศษที่เครื่องพิมพ์ไม่รู้จักหรือเปล่า? ลองสั่งพิมพ์ใหม่ด้วยกระดาษแผ่นใหม่ ถ้ายังไม่หายละก็ ชุด Transfer Roller อาจเกิดขัดข้องหรือมีปัญหาในระหว่างที่สั่งพิมพ์ ตรงนี้อาจจะร้องเรียกช่างมาดูให้ครับ
สั่งพิมพ์เอกสารแต่ได้หน้ากระดาษเปล่าหากคุณสั่งพิมพ์เอกสารแต่ได้หน้ากระดาษเปล่าๆ ออกมา อันดับแรกให้ตรวจสอบดูว่าเครื่องพิมพ์มีการฟีดกระดาษออกมาหลายแผ่นหรือไม่ เพราะหากกระดาษติดกันออกมาเยอะๆ แผ่นที่ติดตัวหนังสืออาจจะไม่ใช่แผ่นกระดาษเปล่าแรกที่หลุดออกมา นอกจากนี้ถ้าคุณซื้อเครื่องใหม่ อย่าลืมดึงแผ่นพลาสติกที่ปิดโทนเนอร์ออกด้วยไม่อย่างนั้นเวลาพิมพ์ระบบจะดูดหมึกออกมาจากดรัมไม่ได้แน่ แต่ถ้าอาการรุนแรงกว่านั้นก็เป็นไปได้ว่าแผงควบคุมการจ่ายหมึกอาจเสียหาย
งานพิมพ์เป็นสีดำทั้งแผ่นอะไรเป็นสาเหตุอาการแบบนี้น้อยนักที่จะเกิดขึ้นยิ่งเป็นเครื่องใหม่ด้วยแล้วเปอร์เซ็นต์ต่ำมาก แต่ถ้ามันเกิดขั้นมาจริงๆ ก็แสดงว่าแผงควบคุมการปล่อยหมึกขัดข้อง จึงไม่สามารถคอนโทรลหมึกได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตรงนี้จะไปเกี่ยวข้องกับส่วนควบคุม Laser Scanner ด้วย อย่าลืมดึงตลับโทนเนอร์ออกมาดูความผิดปกติ ซึ่งตัวตลับอาจเสียหายก็เป็นไปได้เช่นกัน
มีเส้นเหมือนบาร์โค้ดทับตัวหนังสือเป็นอีกหนึ่งอาการที่เจอกันได้บ่อยๆ สั่งพิมพ์เอกสารแต่ดันมีเส้นเหมือนแถบบาร์โค้ดยาวเป็นแนวจากขอบบนถึงขอบล่างติดมาด้วย ตรงนี้ถ้าเครื่องพิมพ์ของคุณใช้มานานแต่ยังไม่เคยเปลี่ยนดรัมหรือโทนเนอร์เลย แนะนำให้เปลี่ยนได้แล้วเพราะเป็นต้นเหตุหลักของอาการที่ว่านี้เลยเชียว นอกจากนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องของเศษผงหมึกที่ไปติดตามส่วนสำคัญเช่น เลนส์สแกนเลเซอร์ ลูกกลิ้งที่ฟีดกระดาษก่อนพิมพ์
ตัวหนังสือเล็กผิดปกติเครื่องพิมพ์ส่วนใหญ่จะมียูทิลิตีสำหรับบริหารจัดการระบบพิมพ์มาให้ และมักจะดูแลเรื่องต่างๆ ของการพิมพ์ให้เกือบหมด ถ้าคุณสั่งพิมพ์แต่ฟอนต์เกิดตัวเล็กผิดปกติทั้งๆ ที่ไม่ได้ปรับขนาดในเวิร์ดเลย ให้ลองตรวจสอบดูที่ Print Preference หรือตัวยูทิลิตีดูว่ามีการปรับโหมดพิเศษอะไรหรือไม่ หรือมีการย่อฟอนต์แบบอัตโนมัติเองหรือไม่? ให้ปรับเป็นค่าที่สามารถพิมพ์ได้ตามปกติ
สั่งพิมพ์แต่ตัวหนังสือขาดหายแสดงไม่ครบปัญหานี้เกิดขึ้นได้ทั้งที่เป็นตัวหนังสือเพรียวๆ และการสั่งพิมพ์ภาพครับ สาเหตุก็มาจากการตั้งค่าการพิมพ์ไม่ถูกต้องนั่นเอง เช่น มีฟอนต์บางตัว หรือข้องความในบรรทัดบนกับบรรทัดสุดท้ายตกขอบไป แบบนี้หมายความว่ามีการตั้งค่าไม่ตรงนั่นเอง การแก้ปัญหาสามารถทำได้จากตัวโปรแกรมที่คุณใช้งานอยู่ขณะนั้น เช่น Acrobat, Word, Excel และโปรแกรมอื่นๆ เมื่อตั้งค่าการพิมพ์และตั้งค่าหน้ากระดาษแล้วให้ลองพิมพ์ทดสอบดู
เอกสารที่สั่งพิมพ์ชัดเจนแต่แบ็กกราวนด์เป็นสีเทาโดยปกติแล้ว งานพิมพ์เอกสารที่สมบูรณ์นอกจากตัวหนังสือหรือเส้นตารางๆ ต่างๆ จะชัดเจนแล้ว แบ็กกราวนด์ของกระดาษก็ไม่ควรเป็นสีอื่นใด นอกเสียจากสีขาวของเนื้อกระดาษ แต่ถ้ามันกลายเป็นสีออกเทาๆ เหมือนโหมดเกรย์สเกลแล้วละก็ ตรวจสอบกระดาษก่อนเลยว่าถูกประเภทหรือเปล่า? และลองเข้าไปดูในยูทิลิตีการพิมพ์ว่ามีการเซตแบ็กกราวนด์ให้เป็นสีใดไว้หรือไม่? ถ้าทุกอย่างที่บอกไปอยู่ดีเป็นปกติด ให้สันนิษฐานว่าตลับโทนเนอร์หรือดรัมอาจจะชำรุดเสียหายได้
ภาพพิมพ์หรือฟอนต์มีจุดว่างๆ อยู่ข้างในงานพิมพ์ภาพถ่ายด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั้งสีและขาวดำจะออกมาสวยสุดยอดหรือน่าประทับใจได้นั้น นอกจากภาพต้นแบบต้องดีแล้ว ระบบการทำงานของเครื่องยังต้องไม่ขัดข้องหรือทำงานเป็นปกติด้วย สำหรับอาการที่เกิดขึ้นบนภาพและฟอนต์ในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มาจากการตั้งค่าการพิมพ์ไม่ตรงกับกระดาษที่ใช้ หรือทางกลับกันนั้นกระดาษที่ใช้ก็ไม่ตรงกับค่าการพิมพ์ที่ได้เลือกไว้นั่นเอง
งานพิมพ์เอียงโย้เย้ไปมาไม่ตรงตัวหนังสือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือภาพที่สั่งพิมพ์โย้เย้ไม่ตรงหรือพอดีกับที่เราตั้งค่าหน้ากระดาษเอาไว้ละก็ การวินิจฉัยอาการที่เกิดขึ้นให้มุ่งเป้าที่ถาดใส่กระดาษก่อนเลยครับ ถ้าคุณวางปึกกระดาษแน่นหรือไม่ตรงรางป้อนกระดาษ เวลาที่ลูกกลิ้งฟีดกระดาษเข้าไปมันย่อมเข้าไปไม่ตรงด้วย ทำให้เสียเวลาสั่งพิมพ์ตำแหน่งบนกระดาษจึงไม่ถูกต้อง เพราะกระดาษมันไม่ตรงนั่นเอง
ใส่กระดาษค้างไว้ในถาดนานๆ ไม่ดีเครื่องพิมพ์ที่ไม่ได้พิมพ์บ่อยๆ อาจมีปัญหาหลายอย่างเวลากลับมาใช้งานอีกครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือคุณภาพของกระดาษที่อาจเสียไป เช่น ถ้าคุณใส่กระดาษไว้ในถาดเป็นเวลานานๆ แถมยังใส่เต็มความจุดด้วย การปล่อยเอาไว้โดยไม่มีการพิมพ์เลย กระดาษพวกนี้จะติดกันด้วยความชื้นในห้อง หรือหากเครื่องวางอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกระดาษก็จะกรอบเอาง่ายๆ เวลาพิมพ์ออกมาคุณภาพของงานจึงไม่ได้อย่างที่ต้องการเส้นขาวในแนวตั้งเกิดขึ้นได้อย่างไรเคยเจอกับงานพิมพ์ที่มีเส้นขาวเล็กพากเป็นแนวยาวของหน้ากระดาษบ้างไหมครับ อันที่จริงไม่ใช่เป็นหมึกสีขาว แต่เป็นช่องว่างเล็กๆ ที่หมึกพิมพ์ลงไปไม่ได้นั่นเอง และอาการที่ว่านี้มีสาเหตุมากกว่าหนึ่งอย่างด้วย ตั้งแต่โทนเนอร์และดรัมมีคราบสกปรก กระดาษผิดประเภท เช่น กระดาษมันที่ใช้กับเครื่องเลเซอร์ไม่ได้ หากพิมพ์ออกมาก็อาจให้ผลลัพธ์แบบนี้ได้ นอกจากนี้ภายในอาจมีอะไรไปบดบังกระจกสะท้อนแสดงเลเซอร์ในลักษณะแนวยาวได้ ทำให้อาการออกมาในลักษณะนี้ทิปจาก : หนังสือ COMPUTER.TODAY
เขียนโดย
acasia
ที่
05:09
0
ความคิดเห็น
วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2551
การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเมนบอร์ด
อาการเสียที่เกิดจากเมนบอร์ดนั้นเป็นปัญหาที่ค่อนข้างแก้ไขยาก และเกิดจากหลายสาเหตุ เนื่องจากมีอุปกรณ์หลายตัวเข้ามาติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด ทำให้เมื่อเมนบอร์ดมีปัญหามักหาสาเหตุไม่ค่อยเจอ ส่วนใหญ่จะมองไปที่อุปกรณ์ตัวอื่นมากกว่า เพราะจะว่าไปแล้วโอกาสที่อาการเสียจะเกิดจากเมนบอร์ดนั้น มีค่อนข้างน้อยทำให้อาจนึกไม่ถึงสำหรับอาการเสียของเมนบอร์ดจะคล้ายกับอาการเสียของอุปกรณ์ตัวอื่นที่ติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ด เช่นเครื่องบูตไม่ขึ้น , จอภาพมืด ส่วนใหญ่จะคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากจอภาพและฮาร์ดดิสก์มากกว่า หรืออาการเครื่องแฮงค์บ่อย หลายคนมักวิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดจากแรม หรือไม่ก็ ซีพียู แต่แท้จริงแล้ว หากเมนบอร์ดเสีย เครื่องก็ไม่สามารถบูตได้ หรือเกิดอาการแฮงค์บ่อยได้เหมือนกัน
แนวทางในการวิเคราะห์ปัญหาเกิดจากเมนบอร์ดมีดังนี้- ตรวจสอบการเชื่อมต่อของขั้วต่อต่าง ๆ บนเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แน่นและถูกต้อง เช่นขั้วต่อสายแพกับฮาร์ดดิสก์ , ขั้วต่อสายไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายกับกับเมนบอร์ด เป็นต้น- ตรวจสอบการติดตั้งของอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้ถูกต้อง เช่น แรม หรือการ์ดต่าง ๆ บนเมนบอร์ดให้แน่น- ตรวจสอบการระบายความร้อนบนอุปกรณ์เมนบอร์ดเช่น พัดลมชิพเซ็ท พัดลมพาวเวอร์ซัพพลาย หรือพัดลมเสริมตัวอื่น ๆ ว่ายังทำงานอยู่ดีหรือไม่- ตรวจสอบการเซ็ตจัมเปอร์และดิปสวิตซ์บนเมนบอร์ดว่ากำหนดค่าต่าง ๆ ถูกต้องหรือ ส่วนมากมักจะเป็นเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ - ตรวจสอบการกำหนดค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่- ตรวจสอบถ่านแบตเตอรี่บนเมนบอร์ดว่าหมดแล้วหรือยังถ้าหมดให้เปลี่ยนถ่านใหม่- หากเมนบอร์ดถามหาพาสเวิร์ดแล้วจำไม่ได้ให้ทำการเคลียร์ไบออสโดยถอดจัมเปอร์ไปเสียบที่ขา Clear Bios (ดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบ) หรือจะถอดถ่านแบตเตอรี่ออกมาทิ้งไว้สักพักแล้วใส่เข่าไปใหม่ก็ได้- ตรวจวสอบอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นำมาติดตั้งว่าเข้ากันได้กับเมนบอร์ดหรือไม่ บางครั้งหากผู้ใช้ซื้ออุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ มาเมนบอร์ดตัวเดิมจะไม่สามารถรองรับได้ ให้ทำการอัพเดทไบออสเพื่อให้เมนบอร์ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถรู้จักกับอุปกรณ์ ใหม่ ๆ ได้หากได้ทำการตรวจสอบขั้นตอนเหล่านี้แล้วยังไม่พบปัญหาก็อาจเป็นไปได้ว่า เมนบอร์ดเสีย ให้เช็คดูว่ามีกระแสไฟลัดวงจร หรือเมนบอร์ดช๊อตหรือไม่ โดยตรวจสอบแท่นรองน็อตหรือมีวัตถุแปลกปลอมอย่างอื่นที่สามารถนำไฟฟ้าได้แอบแฝงอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ เมื่อผู้ใช้ได้ติดตั้งเมนบอร์ดแล้ว ลืมน๊อตตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดเมื่อมีกระแสไฟจ่ายเข้ามาก็อาจทำให้เมนบอร์ดพังได้ เพราะน๊อตตัวเล็ก ๆ จะเป็นตัวนำกระแสไฟได้เป็นอย่างดี สรุป การที่จะรู้ว่าเมนบอร์ดของคุณเสียเปล่าต้องมีการทดสอบคือนำเมนบอร์ดตัวใหม่มาทดสอบครับ ถ้าไม่มีคงจะต้องถึงมือช่างแล้วละครับจากหนังสือ เริ่มต้นเป็นช่างคอมพิวเตอร์ มืออาชีพ
เขียนโดย
acasia
ที่
06:44
0
ความคิดเห็น
ไขปัญหาอุปกรณ์ทำงานผิดพลาด
ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น จริงแล้วสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้นนั้นหลายครั้งมักเกิดจากความผิดพลาดทางด้านซอฟต์แวร์ ส่วนสาเหตุทางด้านฮาร์ดแวร์นั้นส่วนใหญ่มักเกิดจากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซ็กเตอร์เป็นจำนวนมาก หรือเกิด แบดเซ็กเตอร์บริเวณพื้นที่ที่เก็บข้อมูลสำคัญของฮาร์ดดิสก์จึงทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถบูตขึ้นมาได้ โดยจะแสดงอาการเงียบไปเฉยๆ หลังจากที่บูตเครื่องขึ้นมาแล้ว หรืออาจฟ้องขึ้นมาว่า No Boot Device หรือ Disk Boot failure Please insert system disk and please anykey to continue สำหรับวิธีแก้ไขนั้น ให้เราทำการตรวจสอบแบดเซ็กเตอร์โดยอาจบูตเครื่องขึ้นมาด้วยแผ่นบูตแล้วใช้ คำสั่ง Scandisk หรือโปรแกรม Norton Disk Doctor เวอร์ชั่นดอสตรวจสอบแบ็ดเซ็กเตอร์และซ่อมแซมดูก่อน หากมีแบดเซ็กเตอร์มากก็อาจไม่หาย หนทางสุดท้ายคือทำ Fdisk แบ่งพาร์ทิชั่นใหม่แล้วพยายามกันส่วนที่เป็นแบดเซ็กเตอร์ออกไป บางครั้งสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น นิ่งเงียบไปเฉยๆ อาจเกิดจากแผ่น PCB ( แผ่นวงจรด้านล่างของฮาร์ดดิสก์ ) เกิดการช็อต วิธีแก้ไขคือให้นำฮาร์ดดิสก์รุ่นเดียวกัน สเป็คเหมือนกันมาถอดเปลี่ยนแผ่น PCB ก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ช็อตกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม หากต้องการกู้ข้อมูลที่สำคัญกลับมาไม่ควรใช้คำสั่ง Fdisk เด็ดขาดเพราะจะทำให้ข้อมูลที่อยู่ภายในฮาร์ดดิสก์ให้เกลี้ยงไปหมด ในที่นี้แนะนำให้ใช้โปรแกรม Spinrite ในการกู้ข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่อกู้ข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์โดยเฉพาะ
ปัญหาที่เกิดจากซีพียู ซีพียูเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตค่อนข้างสูงภายในมีรายละเอียดซับซ้อนโดยจะมีทรานซิสเตอร์ตัวเล็กๆ อยู่รวมกันนับล้านๆ ตัวทำให้หากมีปัญหาที่เกิดจากซีพียูแล้วโอกาสที่จะซ่อมแซมกลับคืนให้เป็นเหมือนเดิมนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ช่างคอมพิวเตอร์เมื่อพบสาเหตุอาการเสียที่เกิดจากซีพียูแล้วก็ต้องเปลี่ยนตัวใหม่สถานเดียว ปัญหาที่เกิดขึ้นกับซีพียูส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียง 2 อาการที่ช่างคอมพิวเตอร์พบได้บ่อยๆ อาการแรกคือ ทำให้เครื่องแฮงค์เป็นประจำ และอาการที่สองคือวูบหายไปเฉยๆ โดยที่ทุกอย่างปกติ เช่นมีไฟเข้า พัดลมหมุน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนหน้าจอ สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากซีพียูมีความร้อนมากเกินไปจนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งก็เดี้ยงไปแบบไม่บอกไม่กล่าว เลย สำหรับวิธีแก้ปัญหาก็คือต้องส่งเคลมสถานเดียว
RAM หายไปไหน Spec 128 MB. ทำไม Windows บอกว่ามีแรมแค่ 96MB. เอง อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะ โดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M, 8M ไปจนถึง 128M. ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ
"Insert System Disk and Press Enter"อยู่ ๆ ผมไม่สามารถบูตเข้าสู่วินโดวส์ได้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น โดยจะขึ้นข้อความว่า "Insert System Disk and Press Enter" ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ทำการปรับแต่งวินโดวส์ เลย ปัญหานี้เกิดจากบู๊ตเครื่องโดยมีแผ่นดิสก์ที่ไม่มี OS หรือระบบปฎิบัติการอยู่ในไดรว์ A ซึ่งขั้นตอนแก้ปัญหาก็ให้เอา แผ่นไดรว์ A ออกจากนั้นก็กดปุ่ม Enter เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าวินโดวส์ได้แล้ว
ไดรว์ซีดีรอม อ่านแผ่นได้บ้างไม่ได้บ้าง หาแผ่นไม่เจอ แก้ปัญหาอย่างไรปัญหานี้มักจะไม่เกิดกับไดรว์ซีดีรอมตัวใหม่ ๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดกับไดรว์ซีดีรอมที่มีการใช้งาน มานานแล้ว หรือประมาณ 1 ปีขึ้นไป และสาเหตุที่เห็นกันบ่อยก็คือหัวอ่านสกปรก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกฝุ่น เข้าไปกับแผ่นซีดี แล้วเราก็นำมันเข้าไปอ่านในไดรว์ ฝุ่นก็เลยเข้าไปติดที่หัวอ่าน พอสะสมมาก ๆ เข้าก็เลย ทำให้เกิด อาการดังกล่าว อ่านแผ่นไม่ได้บ้างละ หาแผ่นไม่เจอบ้างละ วิธีการแก้ไขก็คือทำความสะอาดหัวอ่าน โดยใช้แผ่นซีดีที่ไว้สำหรับทำความสะอาดหัวอ่าน ที่มีขายอยู่ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาใช้ รับรองอาการดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
ปัญหาของซีดีออดิโอถ้าคุณเล่นซีดีออดิโอใน CD Writer แล้ว Windows Media หรือ CD Playar แสดงข้อความ "Please insert an audio compact disk" หรือ Data or no disk loaded อาจมีสาเหตุมาจากไดรเวอร์ วิธีแก้คือ ให้เปิด Control Panel เลือก Sound &Multimedia คลิก Devices ดับเบิลคลิก ที่ Media Control Devices และ CD Audio Devices (Media Control) คลิก Remove และ Yes คลิก OK เพื่อปิด หน้าต่างทั้งหมดและบูตเครื่องใหม่
อะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้แผ่น CD-ROM เล่นเพลงจนแผ่นแตกกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วครับ เรื่องไดรว์ CD-ROM ทำแผ่นแตก ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะไดรว์ ที่ผลิตในปัจจุบันมีความเร็วสูง ทำให้เมื่ออ่านแผ่นที่มีคุณภาพต่ำหรือแผ่นที่มีรอยขีดข่วนลึก ๆ ก็ทำให้เกิดสะดุดเป็นผล ทำให้แผ่นแตก ซึ่งปัญหานี้เราจะไม่พบในไดรว์รุ่นเก่า ๆ เลย ทางแก้ก็คือหลีกเลี่ยงการใช้แผ่นที่มีคุณภาพต่ำ หรือแผ่นที่เป็นรอยมาก ๆ
แบตเตอรี่เสื่อมทำอะไรกับเครื่องคุณได้บ้างบางครั้งเมื่อเราเปิดเครื่องคอมฯ ขึ้นมาปรากฎว่าเจอกับข้อความ "CMOS CHECKSUM ERROR" หรือไม่เมื่อเราใช้เครื่องคอมฯ ไปเรื่อย ๆ จะสังเกตุเห็นว่านาฬิกาของเครื่องดูเหมือนจะเดินช้าลงนั่น แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ที่อยู่ในเมนบอร์ดของเรากำลังจะหมด และถ้ายังคงใช้งานต่อไปโดยไม่หา แบตเตอรี่มาเปลี่ยนก็จะทำให้ค่าต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ใน BIOS SETUP หายไปได้ อย่างเช่นค่าของ ฮาร์ดดิสก์ว่า เป็นชนิดอะไร ทำให้เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เราจะต้องตั้งค่าเหล่านี้ใหม่ทุกครั้ง
"Bad or Missing Interpreter" มันคืออะไรปัญหาลักษณะนี้จะเกิดจากไฟล์ Command.com นั้นเกิดความเสียหาย หรือถูกลบทิ้งไป ซึ่งทางแก้ไขก็คือให้คุณทำการ ก๊อปปี้ไฟล์ Command.com จากเครื่องอื่น ซึ่งต้องเป็นวินโดวส์รุ่นเดียวกัน หรือจากแผ่น Start Up ดิสก์ที่สร้างจากเครื่อง คุณก็ได้ โดยเมื่อก๊อปปี้ไฟล์ได้แล้วก็ให้ใส่แผ่นในไดรว์ A แล้วเข้าไปที่ A : Promt จากนั้นก็พิมพ์คำสั่ง copy a:\command.com c: เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานคอมได้เป็นปกติ
"8042 GATE-A20 Error" มันคืออะไรหากว่าพบข้อความ 8042 GATE-A20 Error ปรากฎขึ้นมา นั่นแสดงว่าชิปที่ควบคุมการทำงานของแป้นพิมพ์บนเมนบอร์ด มีปัญหาหรืออาจเกิดจากปลั๊กเสียบไม่แน่น ให้คุณทำการปิดเครื่องแล้วลองขยับปลั๊กให้แน่นขึ้นดู หากยังไม่หายนั้นแสดง ว่าเมนบอร์ดของคุณมีปัญหาแล้ว ควรที่จะยกไปให้ซ่อมหรือไปเปลี่ยนกับทางร้านที่คุณซื้อมา (ถ้ายังมีประกัน)
ทำไมเสียงไม่สามารถแสดงออกมาพร้อมกัน 2 เสียงได้ โดยทั่วไปแล้วการ์ดเสียงส่วนใหญ่จะสามารถทำได้อยู่ ปัญหาน่าจะเกิดมาจากการ์ดเสียงหรือว่าโปรแกรม DirectX ซึ่งการแก้ไขก็ให้คุณลองนำการ์ด เสียงตัวที่คุณใช้แล้วมีปัญหา ไปลองกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ดู หรือลองอัพเดต โปรแกรม DirectX ให้สูงกว่าเวอร์ชั่น 6 ถ้าหากไม่หายแสดงว่าการ์ดเสียงของคุณมีปัญหา แล้วละครับ
Disk Boot Failure สาเหตุอาจเกิดจาก เกิดจากคุณอาจลืมแผ่นดิสที่บูทไม่ได้ไว้ในไดร์ฟ A: หรือ แผ่น CD ไว้ในไดร์ฟ CD (กรณีตั้งซีมอสให้บูทที่ซีดีได้) หรือเกิดจากฮาร์ดดิสที่เป็นตัวบูท C: ไม่สามารถใช้งาน ได้หรือมีการเปลี่ยนแปลงค่าในซีมอสทำให้ไม่ตรงรุ่นของฮาร์ดิส การแก้ปัญหา 1. ตัว Harddisk มีจานแม่เหล็กที่มีผิวเสียหายมากไม่สามรถใช้งานได้อีกต่อไป 2. ขณะที่ทำการ Scandisk ใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือพบพื้นที่เสียหายมากและต่อเนื่องให้ยกเลิกไปทำการ Format แทน (แต่โอกาสที่จะใช้ได้มีน้อยมากเนื่องจากผิวจานแม่เหล็กเสียหายมาก) 3. ตัวควบคุม Harddisk หรือสายแพรที่ใช้ต่อ Harddisk กับ Controler บน MainBoard เสียหรือเสื่อมสภาพ (จะมีโอกาสเกิดน้อยกว่าความเสียหายบนตัว Harddisk เอง) หลังจากทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้วยังเกิดอาการดังกล่าวอีกให้ทำการ Format Harddisk ตัวนี้ โดยทำดังนี้ 1. Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk 2. เรียกคำสั่ง Format แบบเต็ม (Full Format) ดังนี้ โดยพิมพ์คำสั่งที่เอพร้อม a:/format c:/s และกด Enter และ ตอบ y และ Enter 3. ในขณะที่ทำการ Format โปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของจานแม่เหล็กถ้าพบจุดเสียที่ใดก็จะทำการบันทึก ไว้ในตาราง FAT ของตัว Harddisk เพื่อไม่ให้โปรแกรม อื่นๆ นำพื้นที่นี้ไปใช้ได้อีก (จุดที่เสียจะเรียกว่า BAD Sector) 4. จากนั้นก็สามารถนำไปลง OS Program ต่อไปได้ 5. หากยังเกิดอาการดังกล่าวอีกแนะนำให้เปลี่ยนตัว Harddisk ครับ คงจะไม่ไหวแล้วจริงๆ
Harddisk ไม่ทำงาน (ไม่มีเสียง Motor หมุน) สาเหตุอาจเกิดจาก 1. เกิดจากไม่มีไฟเลี้ยงตัว Mortor และวงจรควบคุมตัว Mortor 2. ตัวควบคุมการทำงาน (Controler) บนตัว Harddisk เสียหาย3. สายบางเส้นที่ต่อจาก Harddisk กับตัวควบคุมบน Mainboard หลวมหรือหลุดหรือเกิดสนิม การแก้ปัญหา 1. ตรวจสอบสายต่อไฟเลี้ยงดูว่าแน่นหรือเกิดสนิมหรือเปล่า โดยการถอดออกมาแล้วตรวจดูว่าเป็นปกติหรือไม่ แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ 2. เปลี่ยนสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับตัว Harddisk เส้นใหม่ดูว่าใช้งานได้หรือเปล่า 3. ทดลองเปลี่ยนสายแพร หรือถอดออกดูก่อนแล้วเปิดเครื่องเพื่อดูว่าทำงานได้หรือเปล่า 4. อาจลองนำเอาสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับ CD-ROM Drive มาต่อดูก็จะรู้ได้ว่าสายจ่ายไฟเลี้ยงเสียหรือเปล่า
Sector not fond error reading in drive C: สาเหตุอาจเกิดจาก 1. ปัญหานี้จะคล้ายกับอาการ Data error reading in drive C: หรือ BAD Sector แต่ส่วนที่เกิดปัญหานี้จะเกิดกับส่วนของ File Allocation Table (FAT) ไม่ใช่ที่ตัวพื้นที่เก็บข้อมูลจริง 2. ส่วนของฮาร์ดดิสที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ FAT มีปัญหาเช่นเกิดการเสื่อมของสารแม่เหล็กหรือเกิดรอยที่ผิวของจานแม่เหล็ก เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน การแก้ปัญหา 1. ทำเช่นเดียวกับปัญหา BAD Sector แต่ในส่วนโหมดของการ Scan ให้เลือกเป็นแบบ Standard ก็พอ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจในส่วนของ File Allocation Table (FAT) และ Folders และเมื่อโปรแกรมตรวจพบข้อผิดพลาดก็จะทำการซ่อมแซมค่าที่ผิดพลาดนั้นๆ ให้กลับเป็นปกติ หรืออาจบันทึกเป็นชื่ออื่นแต่ตัวข้อมูลจะยังอยู่ซึ่งเราต้องเข้าไปแก้ไขเองอีกครั้ง ซึ่งปัญหาที่มักจะเกิดก็ได้แก่ Cross link, Folders error ที่เกิดขึ้นในตาราง FAT ซึ่ง Files ที่มักจะสร้างปัญหาบ่อยๆ ก็ได้แก่ประเภทที่มีส่วนขยายเป็น TMP ซึ่งมักจะถูกเก็บอยู่ที่โฟเดอร์ชื่อ TEMP (c:\windows\temp) ซึ่ง Files เหล่านี้ จะถูกสร้างจากโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เช่น โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสซิ่ง ซึ่งผู้ใช้งานควรที่จะทำการลบ Files พวกนี้ทิ้งเป็นประจำ การลบ temp files ทำได้โดยการเข้าไปที่โฟรเดอร์ดังนี้ และทำการเลือกทุก files และกดปุ่ม DELETE ที่แป้นคีบอร์ด (C:/windows/temp/*.tmp) 2. หากแก้ไขตามข้อแรกไม่ได้ผลควรที่จะทำการ Format ฮาร์ดดิสใหม่ และลงโปรแกรมใหม่เพื่อเป็นการจัดและเริ่มต้นระบบใหม่ซึ่งจะมีผลให้ความเร็วในการทำงานของเครื่องเพิ่มขึ้นด้วย ก่อนการทำการ Format ฮาร์ดดิสต้องแน่ใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องรักษาข้อมูลบนตัวฮาร์ดดิส หรือได้สำรองข้อมูลที่สำคัญไว้ในสื่ออื่นๆ แล้ว การ Format ทำได้โดย Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk แล้วใช้คำสั่ง a:/format c:/s เพื่อทำการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของแผ่นจานเก็บข้อมูล และเมื่อไม่สามารถอ่านพื้นผิวบริเวณใดก็จะระบุตำแหน่งจุดที่เสียบนพื้นผิวเพื่อที่โปรแกรม Windows จะไม่ไปใช้พื้นที่นั้นในการเก็บข้อมูล การป้องกันปัญหา: 1. ทำการ Scandisk ทุกๆ สัปดาห์ 2. ลบ temp files ใน Windows/temp ทิ้งให้หมดหลังจากการทำ Scandisk แล้ว (ก่อนทำการ Scandisk และลบ temp file ทิ้ง ควรทำการปิดโปรแกรมทุกตัวก่อนทุกครั้ง) 3. ใช้โปรแกรม Disk Cleanup ช่วยในการลบ files ที่ไม่จำเป็นทิ้งโดยเริ่มต้นที่ Start Menu/Programs/Accessories/System tools/Disk Cleanup จากนั้นทำเครื่องหมายถูกที่หน้า Temporary files
Data Error Reading in Drive C: สาเหตุอาจเกิดจาก เนื่องจากโปรแกรมไม่สามารถอ่านข้อมูลจากผิวของตัวจานเก็บข้อมูลได้ การแก้ปัญหาเรียกโปรแกรม Scandisk ขึ้นมาโดย1. ดับเบิลคลิกที่ My Computer 2. ชี้ mouse ไปที่ Drive ที่ต้องการจะทำการ Scan 3. คลิกปุ่มขวาของ Mouse เลือก Properties 4. เลือก TAB Tools 5. กดปุ่ม [Check Now...] บน Windows Propeties 6. เลือกรูปแบบการ Scan เป็น [Thorough] 7. ทำเครื่องหมายถูกหน้า Automatically fix errors 8. เริ่มทำการ Scan โดยกดที่ปุ่ม Start 9. เมื่อทำการ Scan จนเสร็จแล้วจะมีหน้าต่างแสดงค่าที่ทำการ Scan ให้ดู (ScanDisk Results- [c:] ให้สังเกตุดูที่หัวข้อ bytes in bad sectors ถ้ามีตัวเลขขึ้นแสดงว่าโปรแกรม Scan ตรวจพบส่วนที่เสียหายของผิวจานแม่เหล็กของ Hardisk 10. กดปุ่ม close เพื่อทำการปิดโปรแกรม ScanDisk 11. ในขณะนี้โปรแกรม ScanDisk จะทำการตรวจสอบส่วนต่างๆ ของ Harddisk เรียบร้อยแล้วและได้ทำการทำเครื่องหมายบริเวณที่ไม่สามารถอ่านได้แล้วลงบนตารางแฟ็ท (FAT=File Allocation Tables), Folders หลังจากทำการ Scandisk เสร็จแล้วอาการดังกล่าวน่าจะหายไป
เขียนโดย
acasia
ที่
06:42
0
ความคิดเห็น
ไขปัญหาอุปกรณ์ทำงานผิดพลาด
ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น จริงแล้วสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้นนั้นหลายครั้งมักเกิดจากความผิดพลาดทางด้านซอฟต์แวร์ ส่วนสาเหตุทางด้านฮาร์ดแวร์นั้นส่วนใหญ่มักเกิดจากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซ็กเตอร์เป็นจำนวนมาก หรือเกิด แบดเซ็กเตอร์บริเวณพื้นที่ที่เก็บข้อมูลสำคัญของฮาร์ดดิสก์จึงทำให้ฮาร์ดดิสก์ไม่สามารถบูตขึ้นมาได้ โดยจะแสดงอาการเงียบไปเฉยๆ หลังจากที่บูตเครื่องขึ้นมาแล้ว หรืออาจฟ้องขึ้นมาว่า No Boot Device หรือ Disk Boot failure Please insert system disk and please anykey to continue สำหรับวิธีแก้ไขนั้น ให้เราทำการตรวจสอบแบดเซ็กเตอร์โดยอาจบูตเครื่องขึ้นมาด้วยแผ่นบูตแล้วใช้ คำสั่ง Scandisk หรือโปรแกรม Norton Disk Doctor เวอร์ชั่นดอสตรวจสอบแบ็ดเซ็กเตอร์และซ่อมแซมดูก่อน หากมีแบดเซ็กเตอร์มากก็อาจไม่หาย หนทางสุดท้ายคือทำ Fdisk แบ่งพาร์ทิชั่นใหม่แล้วพยายามกันส่วนที่เป็นแบดเซ็กเตอร์ออกไป บางครั้งสาเหตุที่ฮาร์ดดิสก์บูตไม่ขึ้น นิ่งเงียบไปเฉยๆ อาจเกิดจากแผ่น PCB ( แผ่นวงจรด้านล่างของฮาร์ดดิสก์ ) เกิดการช็อต วิธีแก้ไขคือให้นำฮาร์ดดิสก์รุ่นเดียวกัน สเป็คเหมือนกันมาถอดเปลี่ยนแผ่น PCB ก็จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ช็อตกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม หากต้องการกู้ข้อมูลที่สำคัญกลับมาไม่ควรใช้คำสั่ง Fdisk เด็ดขาดเพราะจะทำให้ข้อมูลที่อยู่ภายในฮาร์ดดิสก์ให้เกลี้ยงไปหมด ในที่นี้แนะนำให้ใช้โปรแกรม Spinrite ในการกู้ข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่อกู้ข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์โดยเฉพาะ
ปัญหาที่เกิดจากซีพียู ซีพียูเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตค่อนข้างสูงภายในมีรายละเอียดซับซ้อนโดยจะมีทรานซิสเตอร์ตัวเล็กๆ อยู่รวมกันนับล้านๆ ตัวทำให้หากมีปัญหาที่เกิดจากซีพียูแล้วโอกาสที่จะซ่อมแซมกลับคืนให้เป็นเหมือนเดิมนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ช่างคอมพิวเตอร์เมื่อพบสาเหตุอาการเสียที่เกิดจากซีพียูแล้วก็ต้องเปลี่ยนตัวใหม่สถานเดียว ปัญหาที่เกิดขึ้นกับซีพียูส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียง 2 อาการที่ช่างคอมพิวเตอร์พบได้บ่อยๆ อาการแรกคือ ทำให้เครื่องแฮงค์เป็นประจำ และอาการที่สองคือวูบหายไปเฉยๆ โดยที่ทุกอย่างปกติ เช่นมีไฟเข้า พัดลมหมุน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนหน้าจอ สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากซีพียูมีความร้อนมากเกินไปจนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งก็เดี้ยงไปแบบไม่บอกไม่กล่าว เลย สำหรับวิธีแก้ปัญหาก็คือต้องส่งเคลมสถานเดียว
RAM หายไปไหน Spec 128 MB. ทำไม Windows บอกว่ามีแรมแค่ 96MB. เอง อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะ โดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M, 8M ไปจนถึง 128M. ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ
"Insert System Disk and Press Enter"อยู่ ๆ ผมไม่สามารถบูตเข้าสู่วินโดวส์ได้ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น โดยจะขึ้นข้อความว่า "Insert System Disk and Press Enter" ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ทำการปรับแต่งวินโดวส์ เลย ปัญหานี้เกิดจากบู๊ตเครื่องโดยมีแผ่นดิสก์ที่ไม่มี OS หรือระบบปฎิบัติการอยู่ในไดรว์ A ซึ่งขั้นตอนแก้ปัญหาก็ให้เอา แผ่นไดรว์ A ออกจากนั้นก็กดปุ่ม Enter เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าวินโดวส์ได้แล้ว
ไดรว์ซีดีรอม อ่านแผ่นได้บ้างไม่ได้บ้าง หาแผ่นไม่เจอ แก้ปัญหาอย่างไรปัญหานี้มักจะไม่เกิดกับไดรว์ซีดีรอมตัวใหม่ ๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดกับไดรว์ซีดีรอมที่มีการใช้งาน มานานแล้ว หรือประมาณ 1 ปีขึ้นไป และสาเหตุที่เห็นกันบ่อยก็คือหัวอ่านสกปรก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกฝุ่น เข้าไปกับแผ่นซีดี แล้วเราก็นำมันเข้าไปอ่านในไดรว์ ฝุ่นก็เลยเข้าไปติดที่หัวอ่าน พอสะสมมาก ๆ เข้าก็เลย ทำให้เกิด อาการดังกล่าว อ่านแผ่นไม่ได้บ้างละ หาแผ่นไม่เจอบ้างละ วิธีการแก้ไขก็คือทำความสะอาดหัวอ่าน โดยใช้แผ่นซีดีที่ไว้สำหรับทำความสะอาดหัวอ่าน ที่มีขายอยู่ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาใช้ รับรองอาการดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
ปัญหาของซีดีออดิโอถ้าคุณเล่นซีดีออดิโอใน CD Writer แล้ว Windows Media หรือ CD Playar แสดงข้อความ "Please insert an audio compact disk" หรือ Data or no disk loaded อาจมีสาเหตุมาจากไดรเวอร์ วิธีแก้คือ ให้เปิด Control Panel เลือก Sound &Multimedia คลิก Devices ดับเบิลคลิก ที่ Media Control Devices และ CD Audio Devices (Media Control) คลิก Remove และ Yes คลิก OK เพื่อปิด หน้าต่างทั้งหมดและบูตเครื่องใหม่
อะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้แผ่น CD-ROM เล่นเพลงจนแผ่นแตกกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วครับ เรื่องไดรว์ CD-ROM ทำแผ่นแตก ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะไดรว์ ที่ผลิตในปัจจุบันมีความเร็วสูง ทำให้เมื่ออ่านแผ่นที่มีคุณภาพต่ำหรือแผ่นที่มีรอยขีดข่วนลึก ๆ ก็ทำให้เกิดสะดุดเป็นผล ทำให้แผ่นแตก ซึ่งปัญหานี้เราจะไม่พบในไดรว์รุ่นเก่า ๆ เลย ทางแก้ก็คือหลีกเลี่ยงการใช้แผ่นที่มีคุณภาพต่ำ หรือแผ่นที่เป็นรอยมาก ๆ
แบตเตอรี่เสื่อมทำอะไรกับเครื่องคุณได้บ้างบางครั้งเมื่อเราเปิดเครื่องคอมฯ ขึ้นมาปรากฎว่าเจอกับข้อความ "CMOS CHECKSUM ERROR" หรือไม่เมื่อเราใช้เครื่องคอมฯ ไปเรื่อย ๆ จะสังเกตุเห็นว่านาฬิกาของเครื่องดูเหมือนจะเดินช้าลงนั่น แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ที่อยู่ในเมนบอร์ดของเรากำลังจะหมด และถ้ายังคงใช้งานต่อไปโดยไม่หา แบตเตอรี่มาเปลี่ยนก็จะทำให้ค่าต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ใน BIOS SETUP หายไปได้ อย่างเช่นค่าของ ฮาร์ดดิสก์ว่า เป็นชนิดอะไร ทำให้เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เราจะต้องตั้งค่าเหล่านี้ใหม่ทุกครั้ง
"Bad or Missing Interpreter" มันคืออะไรปัญหาลักษณะนี้จะเกิดจากไฟล์ Command.com นั้นเกิดความเสียหาย หรือถูกลบทิ้งไป ซึ่งทางแก้ไขก็คือให้คุณทำการ ก๊อปปี้ไฟล์ Command.com จากเครื่องอื่น ซึ่งต้องเป็นวินโดวส์รุ่นเดียวกัน หรือจากแผ่น Start Up ดิสก์ที่สร้างจากเครื่อง คุณก็ได้ โดยเมื่อก๊อปปี้ไฟล์ได้แล้วก็ให้ใส่แผ่นในไดรว์ A แล้วเข้าไปที่ A : Promt จากนั้นก็พิมพ์คำสั่ง copy a:\command.com c: เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานคอมได้เป็นปกติ
"8042 GATE-A20 Error" มันคืออะไรหากว่าพบข้อความ 8042 GATE-A20 Error ปรากฎขึ้นมา นั่นแสดงว่าชิปที่ควบคุมการทำงานของแป้นพิมพ์บนเมนบอร์ด มีปัญหาหรืออาจเกิดจากปลั๊กเสียบไม่แน่น ให้คุณทำการปิดเครื่องแล้วลองขยับปลั๊กให้แน่นขึ้นดู หากยังไม่หายนั้นแสดง ว่าเมนบอร์ดของคุณมีปัญหาแล้ว ควรที่จะยกไปให้ซ่อมหรือไปเปลี่ยนกับทางร้านที่คุณซื้อมา (ถ้ายังมีประกัน)
ทำไมเสียงไม่สามารถแสดงออกมาพร้อมกัน 2 เสียงได้ โดยทั่วไปแล้วการ์ดเสียงส่วนใหญ่จะสามารถทำได้อยู่ ปัญหาน่าจะเกิดมาจากการ์ดเสียงหรือว่าโปรแกรม DirectX ซึ่งการแก้ไขก็ให้คุณลองนำการ์ด เสียงตัวที่คุณใช้แล้วมีปัญหา ไปลองกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ดู หรือลองอัพเดต โปรแกรม DirectX ให้สูงกว่าเวอร์ชั่น 6 ถ้าหากไม่หายแสดงว่าการ์ดเสียงของคุณมีปัญหา แล้วละครับ
Disk Boot Failure สาเหตุอาจเกิดจาก เกิดจากคุณอาจลืมแผ่นดิสที่บูทไม่ได้ไว้ในไดร์ฟ A: หรือ แผ่น CD ไว้ในไดร์ฟ CD (กรณีตั้งซีมอสให้บูทที่ซีดีได้) หรือเกิดจากฮาร์ดดิสที่เป็นตัวบูท C: ไม่สามารถใช้งาน ได้หรือมีการเปลี่ยนแปลงค่าในซีมอสทำให้ไม่ตรงรุ่นของฮาร์ดิส การแก้ปัญหา 1. ตัว Harddisk มีจานแม่เหล็กที่มีผิวเสียหายมากไม่สามรถใช้งานได้อีกต่อไป 2. ขณะที่ทำการ Scandisk ใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือพบพื้นที่เสียหายมากและต่อเนื่องให้ยกเลิกไปทำการ Format แทน (แต่โอกาสที่จะใช้ได้มีน้อยมากเนื่องจากผิวจานแม่เหล็กเสียหายมาก) 3. ตัวควบคุม Harddisk หรือสายแพรที่ใช้ต่อ Harddisk กับ Controler บน MainBoard เสียหรือเสื่อมสภาพ (จะมีโอกาสเกิดน้อยกว่าความเสียหายบนตัว Harddisk เอง) หลังจากทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้วยังเกิดอาการดังกล่าวอีกให้ทำการ Format Harddisk ตัวนี้ โดยทำดังนี้ 1. Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk 2. เรียกคำสั่ง Format แบบเต็ม (Full Format) ดังนี้ โดยพิมพ์คำสั่งที่เอพร้อม a:/format c:/s และกด Enter และ ตอบ y และ Enter 3. ในขณะที่ทำการ Format โปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของจานแม่เหล็กถ้าพบจุดเสียที่ใดก็จะทำการบันทึก ไว้ในตาราง FAT ของตัว Harddisk เพื่อไม่ให้โปรแกรม อื่นๆ นำพื้นที่นี้ไปใช้ได้อีก (จุดที่เสียจะเรียกว่า BAD Sector) 4. จากนั้นก็สามารถนำไปลง OS Program ต่อไปได้ 5. หากยังเกิดอาการดังกล่าวอีกแนะนำให้เปลี่ยนตัว Harddisk ครับ คงจะไม่ไหวแล้วจริงๆ
Harddisk ไม่ทำงาน (ไม่มีเสียง Motor หมุน) สาเหตุอาจเกิดจาก 1. เกิดจากไม่มีไฟเลี้ยงตัว Mortor และวงจรควบคุมตัว Mortor 2. ตัวควบคุมการทำงาน (Controler) บนตัว Harddisk เสียหาย3. สายบางเส้นที่ต่อจาก Harddisk กับตัวควบคุมบน Mainboard หลวมหรือหลุดหรือเกิดสนิม การแก้ปัญหา 1. ตรวจสอบสายต่อไฟเลี้ยงดูว่าแน่นหรือเกิดสนิมหรือเปล่า โดยการถอดออกมาแล้วตรวจดูว่าเป็นปกติหรือไม่ แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ 2. เปลี่ยนสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับตัว Harddisk เส้นใหม่ดูว่าใช้งานได้หรือเปล่า 3. ทดลองเปลี่ยนสายแพร หรือถอดออกดูก่อนแล้วเปิดเครื่องเพื่อดูว่าทำงานได้หรือเปล่า 4. อาจลองนำเอาสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับ CD-ROM Drive มาต่อดูก็จะรู้ได้ว่าสายจ่ายไฟเลี้ยงเสียหรือเปล่า
Sector not fond error reading in drive C: สาเหตุอาจเกิดจาก 1. ปัญหานี้จะคล้ายกับอาการ Data error reading in drive C: หรือ BAD Sector แต่ส่วนที่เกิดปัญหานี้จะเกิดกับส่วนของ File Allocation Table (FAT) ไม่ใช่ที่ตัวพื้นที่เก็บข้อมูลจริง 2. ส่วนของฮาร์ดดิสที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ FAT มีปัญหาเช่นเกิดการเสื่อมของสารแม่เหล็กหรือเกิดรอยที่ผิวของจานแม่เหล็ก เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน การแก้ปัญหา 1. ทำเช่นเดียวกับปัญหา BAD Sector แต่ในส่วนโหมดของการ Scan ให้เลือกเป็นแบบ Standard ก็พอ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจในส่วนของ File Allocation Table (FAT) และ Folders และเมื่อโปรแกรมตรวจพบข้อผิดพลาดก็จะทำการซ่อมแซมค่าที่ผิดพลาดนั้นๆ ให้กลับเป็นปกติ หรืออาจบันทึกเป็นชื่ออื่นแต่ตัวข้อมูลจะยังอยู่ซึ่งเราต้องเข้าไปแก้ไขเองอีกครั้ง ซึ่งปัญหาที่มักจะเกิดก็ได้แก่ Cross link, Folders error ที่เกิดขึ้นในตาราง FAT ซึ่ง Files ที่มักจะสร้างปัญหาบ่อยๆ ก็ได้แก่ประเภทที่มีส่วนขยายเป็น TMP ซึ่งมักจะถูกเก็บอยู่ที่โฟเดอร์ชื่อ TEMP (c:\windows\temp) ซึ่ง Files เหล่านี้ จะถูกสร้างจากโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เช่น โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสซิ่ง ซึ่งผู้ใช้งานควรที่จะทำการลบ Files พวกนี้ทิ้งเป็นประจำ การลบ temp files ทำได้โดยการเข้าไปที่โฟรเดอร์ดังนี้ และทำการเลือกทุก files และกดปุ่ม DELETE ที่แป้นคีบอร์ด (C:/windows/temp/*.tmp) 2. หากแก้ไขตามข้อแรกไม่ได้ผลควรที่จะทำการ Format ฮาร์ดดิสใหม่ และลงโปรแกรมใหม่เพื่อเป็นการจัดและเริ่มต้นระบบใหม่ซึ่งจะมีผลให้ความเร็วในการทำงานของเครื่องเพิ่มขึ้นด้วย ก่อนการทำการ Format ฮาร์ดดิสต้องแน่ใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องรักษาข้อมูลบนตัวฮาร์ดดิส หรือได้สำรองข้อมูลที่สำคัญไว้ในสื่ออื่นๆ แล้ว การ Format ทำได้โดย Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk แล้วใช้คำสั่ง a:/format c:/s เพื่อทำการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของแผ่นจานเก็บข้อมูล และเมื่อไม่สามารถอ่านพื้นผิวบริเวณใดก็จะระบุตำแหน่งจุดที่เสียบนพื้นผิวเพื่อที่โปรแกรม Windows จะไม่ไปใช้พื้นที่นั้นในการเก็บข้อมูล การป้องกันปัญหา: 1. ทำการ Scandisk ทุกๆ สัปดาห์ 2. ลบ temp files ใน Windows/temp ทิ้งให้หมดหลังจากการทำ Scandisk แล้ว (ก่อนทำการ Scandisk และลบ temp file ทิ้ง ควรทำการปิดโปรแกรมทุกตัวก่อนทุกครั้ง) 3. ใช้โปรแกรม Disk Cleanup ช่วยในการลบ files ที่ไม่จำเป็นทิ้งโดยเริ่มต้นที่ Start Menu/Programs/Accessories/System tools/Disk Cleanup จากนั้นทำเครื่องหมายถูกที่หน้า Temporary files
Data Error Reading in Drive C: สาเหตุอาจเกิดจาก เนื่องจากโปรแกรมไม่สามารถอ่านข้อมูลจากผิวของตัวจานเก็บข้อมูลได้ การแก้ปัญหาเรียกโปรแกรม Scandisk ขึ้นมาโดย1. ดับเบิลคลิกที่ My Computer 2. ชี้ mouse ไปที่ Drive ที่ต้องการจะทำการ Scan 3. คลิกปุ่มขวาของ Mouse เลือก Properties 4. เลือก TAB Tools 5. กดปุ่ม [Check Now...] บน Windows Propeties 6. เลือกรูปแบบการ Scan เป็น [Thorough] 7. ทำเครื่องหมายถูกหน้า Automatically fix errors 8. เริ่มทำการ Scan โดยกดที่ปุ่ม Start 9. เมื่อทำการ Scan จนเสร็จแล้วจะมีหน้าต่างแสดงค่าที่ทำการ Scan ให้ดู (ScanDisk Results- [c:] ให้สังเกตุดูที่หัวข้อ bytes in bad sectors ถ้ามีตัวเลขขึ้นแสดงว่าโปรแกรม Scan ตรวจพบส่วนที่เสียหายของผิวจานแม่เหล็กของ Hardisk 10. กดปุ่ม close เพื่อทำการปิดโปรแกรม ScanDisk 11. ในขณะนี้โปรแกรม ScanDisk จะทำการตรวจสอบส่วนต่างๆ ของ Harddisk เรียบร้อยแล้วและได้ทำการทำเครื่องหมายบริเวณที่ไม่สามารถอ่านได้แล้วลงบนตารางแฟ็ท (FAT=File Allocation Tables), Folders หลังจากทำการ Scandisk เสร็จแล้วอาการดังกล่าวน่าจะหายไป
เขียนโดย
acasia
ที่
06:42
0
ความคิดเห็น
ไขปัญหาหนังไม่มีภาพ เพลงไม่มีเสียง
ไอคอนลำโพงหายไปไหน...??? ช่วยด้วยครับ ลำโพงตรงทาส์กบาร์ด้านล่างขวาสุดหายไป ทำยังไงจึงจะให้มีรูปลำโพงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้ผมไม่สามารถปรับสียงได้เลย วานช่วยหาวิธีการแก้ไขให้ทีครับ หลายคนเมื่อเจอปัญหานี้ก็มักตกอกตกใจ คิดว่าวินโดวน์เจ็งอีกแล้ว จริง ๆ แล้วปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นมาได้ 2 กรณีคือ - ไดรเวอร์การ์ดเสียงหายไป - กำหนดให้ไอคอนลำโพงไม่แสดงขึ้นมา โดยในกรณีแรกนั้นอาจเกิดจากไดรเวอร์การ์ดเสียงหายไป ทางแก้ไขก็ให้ทำการติดตั้งไดรเวอร์การ์ดเสียงลงทับไปใหม่ ซึ้งมีขั้นตอนดังนี้ 1. คลิกขวาที่ไอคอน My computer แล้วเลือกคำสั้ง properties2. คลิกไปที่แท็ป Device Manager3. คลิกปุ่ม Refresh เพื่อให้วินโดวส์ทำการค้นหาอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์4. รอสักครู่ก็จะปรากฏหน้าต่าง Add New Hardware wizard ขึ้นมา ซึ่งจะมีตัวเลือก 2 ตัวเลือก คือ Automatic search . . . ให้วินโดวส์ทำการค้นหาไดรเวอร์ให้อัตโนมัติ ซึ่งหากว่ามีไดรเวอร์อยู่ในเครื่อง หรือมีแผ่นไดรเวอร์อยู่ในซีดีรอม วินโดวน์ก็จะนำมาติดตั้งให้ทันที Specify the location ทำการติดตั้งไดรเวอร์ด้วยตัวเอง ในที่นี้ขอเลือกตัวเลือก Specify the location… 5. คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป 6. เลือกไปที่ตัวเลือก Search for the best… เพื่อให้วินโดวส์ค้นหาไดรเวอร์จากไดรว์ซีดีรอมหรือไดรว์ A 7. คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Removable Media ... เพื่อทำการติดตั้งไดรเวอร์จากแผ่นไดรเวอร์ ซึ่งคุณต้องใส่แผ่นไดรเวอร์ลงไปในซีดีรอมด้วย 8. คลิกปุ่ม Next 9. รอสักครู่วินโดวส์ก็จะทำการค้นหาไดรเวอร์ เมื่อค้นหาพบแล้วก็ให้คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป 10. คลิกปุ่ม Finish แล้วรอสักครู่ วินโดวส์ก็จะทำการติดตั้งไดรเวอร์ให้ทันทีจากนั้นก็ให้บูตเครื่องใหม่ เมื่อเข้าสู่วินโดวส์อีกครั้ง ก็จะพบกับไอคอนลำโพงปรากฏอยู่บนทาส์กบาร์แล้ว แต่ถ้าหากว่าปัญหาเกิดจากไอคอนลำโพงได้ถูกกำหนดให้ไม่แสดงขึ้นมา วิธีแก้ไขก็ต้องเข้าไป กำหนดให้วินโดวส์แสดงไอคอนลำโพงขึ้นมา ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้ 1. คลิกปุ่ม Start จากนั้นคลิกเลือกตัวเลือก Settings>Control Panel 2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Sounds and Multimedia 3. เลือกที่แท็ป Sounds 4. ในส่วนล่างของแท็บ Sounds ให้คลิกเลือกที่ตัวเลือก Show Volume… 5. คลิกปุ่ม OK เพียงเท่านี้ลำโพงก็จะปรากฏอยู่บนทาส์กบาร์แล้ว
6 รหัสอันตรายที่ทำให้เครื่องคุณไม่มีเสียง ข้อผิดพลาด “ MMSystem263. This is not a registered MCI device - ข้อผิดพลาด “MIDI output error detected.” - ข้อผิดพลาด “WAV sound playback error detected” - ข้อผิดพลาด “No wave device that can play files in the current format is installed.” - ข้อผิดพลาด “ You audio hardware connot play files like the current file.” - ข้อผิดพลาด “MMSYSTEM296. The file cannot be played on the specified MCI device.” หากว่าใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ ปรากฏว่าอยู่ ๆ ก็มีข้อความเหล่านี้ขึ้นมาก็ให้ทำใจได้เลยว่า ตอนนี้กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเสี่ยงวินโดวส์โดยอุปกรณ์ 1 ใน 2 อย่างนี้เป็นตัวก่อปัญหาขึ้นมา Wave Audio device, CD Audio device ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานั้นก็มีดังนี้ ตรวจสอบว่าการ์ดเสียงของคุณเปิดใช้งานหรือยัง 1. คลิกขวาที่ไอคอน My Computer แล้วเลือกคำสั่ง Properties 2. คลิกไปที่แท็ป Device Manager 3. คลิกเครื่องหมาย (+) ที่ตัวเลือก Sound, Video and Game Controllers 4. ดับเบิ้ลคลิกที่การ์ดเสียง5. แล้วตรวจสอบว่าที่ตัวเลือก Disable in this hardware profile มีเครื่องหมายถูกอยู่หรือเปล่า ถ้ามีเครื่องหมายถูกหน้าตัว Disable in this hard ware profile อยู่ก็ให้คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือกนี้ออก6. คลิกปุ่ม OK 2 ครั้ง แล้ววินโดวส์จะถามว่าต้องการที่บูตเครื่องใหม่หรือไม่ ก็ให้ทำการบูตเครื่องใหม่ เมื่อบูตเครื่องขึ้นมาก็ลองตรวจดูว่ามีเสียงออกมาหรือยัง ตรวจสอบว่าการ์ดเสียงได้รับเลือกให้เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการแล้วหรือยัง 1. ไปไหนส่วน Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Sound and Multimedia เลือกที่แท็บ Audio ในส่วนของ Sound Playback และ Sound Recording ให้ตรวจสอบว่าเลือกการ์ดเสียงในกล่อง Preferred device แล้วหรือยัง ถ้ามีการเลือก (None) หรืออุปกรณ์อื่นในกล่อง preferred device ก็ให้เลือกเป็นรุ่นการ์ดเสียงที่ใช้แทน คลิกปุ่ม OK เพื่อทำการบันทึกค่าตรวจสอบว่า วินโดวส์ได้กำหนดค่าให้ใช้คุณลักษณะเสียงของการ์ดเสียงแล้วหรือยัง 1. เข้าไปในส่วน Multimedia ที่ Control Panel แล้วคลิกที่แท็บ Devices คลิกเครื่องหมาย + หน้าตัวเลือก Audio Devices ดับเบิ้ลคลิกที่การ์ดเสียง จากนั้นตรวจสอบว่าได้คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Use audio features on this device แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ได้เลือกก็ให้คลิกเลือกตัวเลือกนี้ เสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม OK จนกระทั่งกลับไปยัง Control Panel ให้ปิดหน้าต่าง Control Panel แล้วทำการบู๊ตเครื่องใหม่ ตรวจสอบว่าคุณติดตั้งอุปกรณ์ Wave Audio แล้วหรือยัง 1. ให้เข้าไปที่ส่วน Multimedia ใน Control Panel แล้วคลิกที่แท็บ Devices คลิกเครื่องหมาย + หน้าตัวเลือก Media Control Devices ดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้ง Wave Audio Device (Media Control) หรือยังถ้าหากว่ามีการติตตั้งแล้วก็ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Wave Audio Device (Media Control) ดูให้แน่ใจว่าได้เลือกตัวเลือก Use this Media Control device แล้วถ้ายังก็ให้คลิกเลือก คลิกปุ่ม OK แต่ถ้ายังไม่ได้ติดตั้ง Wave Audio Device (Media Control) ก็ให้กลับไปหน้า Control Panel ก่อนแล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Add New Hardware คลิกปุ่ม Next ไปเรื่อย ๆ วินโดวส์ ก็จะถามว่าต้องการที่จะให้วินโดวส์ ทำการหาอุปกรณ์ให้โดยอัตโนมัติหรือไม่ ให้เลือกตัวเลือก No. I want to select….. คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป ภายใต้ส่วนของ Hardware types ให้คลิกเลือกตัวเลือก Sound, Video and Game Controllers คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป ในส่วนของ Manufacturers ให้เลือกตัวเลือก Microsoft MCI แล้วให้คลิกเลือกตัวเลือก Wave Audio Device (Media Control) ในส่วนของ Models คลิกปุ่ม Next ต่อมาคลิกปุ่ม Finish ถ้าได้รับแจ้งให้ใส่ซีดีรอมติดตั้งโปรแกรมวินโดวส์ ก็ให้ใส่แผ่นติดตั้งลงไป แล้วคลิกปุ่ม OK เลือกไปที่โฟลเดอร์วินโดวส์ที่อยู่ในแผ่นซีดีรอม จากนั้นก็คลิกปุ่ม OK สุดท้ายวินโดวส์ก็จะทำการติดตั้งไฟล์ เมื่อติดตั้งเสร็จวินโดวส์จะให้ทำการบู๊ตเครื่องใหม่ ก็ให้คลิกปุ่ม Yes ได้ทันที เมื่อเข้าวินโดวส์อีกครั้งก็ให้ลองตรวจสอบดูว่า ปัญหาแก้ไขได้แล้วหรือยัง ตรวจสอบว่าคุณติดตั้งอุปกรณ์เสียงซีดีแล้วหรือยัง1. ขั้นแรกให้เข้าไปในส่วน Multimedia ของ Control Panel แล้วคลิกแท็บ Devices คลิกเครื่องหมาย + หน้าตัวเลือก Media Control Devices ดูให้แน่ใจว่าการแสดง CD Audio Device (Media Control) ในรายการแล้วหรือยัง ถ้ามีการแสดงอุปกรณ์นี้ในรายการแล้ว ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ตัวเลือก CD Audio Device (Media Control) ดูให้แน่ใจว่าได้เลือก Use this Media Control dอvice แล้วหรือยัง ถ้ายังก็ให้คลิกเลือกตัวเลือก Use this Media Control device จากนั้นคลิกปุ่ม OK จนกระทั่งกลับเข้าสู่ส่วนของ Control Panel อีกครั้ง ก็ให้คุณลองทดสอบดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือยัง ในกรณีที่ไม่มีการแสดงอุปกรณ์ CD Audio Device (Media Control) นี้ในรายการ ก็ให้ติดตั้งอุปกรณ์นี้ ในส่วนของ Models ก็ให้เลือกตัวเลือก CD Audio Device (Media Control) แทนเท่านั้นเองครับ
วิธีแก้ไขภาพกระตุกเมื่อชมภาพยนตร์ ในการชมภาพยนตร์นั้นหากว่าอัตราการรีเฟรซภาพ (การกะพริบของหน้าจอ) ไม่เร็วภาพที่ออกมาก็จะมีอาการกระตุก ๆ แต่อาการกระตุกก็อาจเกิดจากเครื่องเล่นซีดีเก่าเกินไปหรือแผ่นที่ดูนั้นอาจไม่ดีก็ได้ ซึ่งหากว่ามีการรีเฟรซแล้วอาการกระตุกยังไม่หาย ก็ให้ตรวจสอบจากจุดนี้ด้วยโดยขั้นตอนการปรับอัตราการรีเฟรซของภาพให้เร็วขึ้นก็สามารถทำได้ดังนี้ 1. คลิกขวาบนพื้นที่ว่าง ๆ ของเดสก์ทอป แล้วเลือกไปที่คำสั่ง Properties 2. คลิกไปที่แท็ป Settings 3. เลือกสีในส่วนของ Color เป็น 256 Color 4. เลือกความละเอียดในส่วนของ Screen ไปที่ 640 by 480 pixels 5. คลิกปุ่ม Ok เพื่อทำการบันทึกค่า เพียงเท่านี้ก็จะทำให้อัตราการรีเฟรซของภาพเร็วขึ้นแล้วครับ
วิธีการปรับแต่งไมโครโฟน ในการปรับแต่งไมโครโฟนนั้นสามารถปรับแต่ได้ในส่วนของ Sound ที่อยู่ใน Control Panel โดยเมื่อทำการเสียบไมโครโฟนลงไปในซาวน์การ์ดแล้วก็สามารถทำงานได้ทันที แต่ในบางครั้งเราอาจจะไปปิดเสียงของไมโครโฟนไว้ ผลที่ตามมาเมื่อพูดใส่โมโครโฟนก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ทำให้หลายคนคิดไปว่าไมโครโฟนเสียแน่ ๆ ) ซึ่งขั้นตอนในการใช้ไมค์นั้นสามารถทำได้ดังนี้ 1. ดับเบิ้ลคลิกไอคอนรูปลำโพงข้างล่างทางซ้ายมือของจอภาพ2. คลิกเมนูคำสั่ง Option>Properties3. จะพบตัวเลือกให้เลือกอยู่ 2 ตัวเลือกคือ - Playbackแสดงรายละเอียดของเสียที่จะออกมา- Recordingแสดงรายละเอียดของการปรับรายละเอียดของการอัดเสียง ก็ให้เลือกที่ตัวเลือกแรก4. คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Microphone ในส่วนของ Show all… 5. คลิกปุ่ม OK 6. เพียงเท่านี้ก็สามารถปรับเสียงดัง-เบาได้แล้ว โดยการเลื่อนตัวปรับระดับเสียงในส่วนของ Microphone 7. หากว่าต้องการปรับรายละเอียดเพิ่มเติมของไมโครโฟน ก็ให้คลิกปุ่ม Advanced8. ซึ่งเราสามารถปรับเสียงสูง (Treble) เสียงต่ำ (Bass) ได้ในส่วนของ Tone Controls 9. เมื่อทำการปรับแต่งจนพอใจแล้ว ก็ให้คลิกปุ่ม Close เท่านี้ก็สามารถใช้งานไมโครโฟนได้แล้วครับ
เขียนโดย
acasia
ที่
06:29
0
ความคิดเห็น
วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2551
เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม 3
Type คำสั่งดูข้อมูลในไฟล์ Type เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงเนื้อหาภายในไฟล์บนจอภาพ คำสั่งนี้จะใช้ได้กับไฟล์แบบ Text ส่วนไฟล์โปรแกรมต่าง ๆ จะไม่สามารถอ่านได้ รูปแบบคำสั่ง TYPE [ชื่อไฟล์ที่ต้องการอ่าน] ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>Type AUTOEXEC.BAT
แสดงเนื้อหาภายในไฟล์ AUTOEXEC.BAT
C:\>NORTON\TYPE README.TXT
แสดงเนื้อหาภายในไฟล์ README.TXT ในไดเร็คทอรี NORTON XCOPY คำสั่งคัดลอกทั้งไดเร็คทอรีและทั้งหมดในไดเร็คทอรี XCOPY เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ได้เหมือนคำสั่ง COPY แต่ทำงานได้เร็วกว่า และสามารถคัดลอก ได้ทั้งไดเร็คทอรีและไดเร็คทอรีย่อย รูปแบบคำสั่ง XCOPY [ต้นทาง] [ปลายทาง] /S /E/E ให้คัดลอกไดเร็คทอรีย่อยทั้งหมดรวมถึงไดเร็คทอรีย่อยที่ว่างเปล่าด้วย /S ให้คัดลอกไดเร็คทอรีย่อยที่ไม่ว่างเปล่าทั้งหมด ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>XCOPY BACKUP F: /S /E
คัดลอกทุกไฟล์และทุกไดเร็คทอรีย่อย BACKUP ไปไว้ในไดรว์ F
C:\>PRINCE>XCOPY *.VSD A:
คัดลอกทุกไฟล์ที่มีนามสกุล VSD ในไดเร็คทอรี PRINCE ไปที่ไดรว์ A
ข้อความแจ้งปัญหาในดอส ในการทำงานบนดอสบางครั้งก็เกิดปัญหาได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งการเกิดปัญหาแต่ละครั้งก็จะมีข้อความแจ้งให้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุจากอะไร ต่อไปนี้เป็นข้อความแจ้งปัญหาที่มักพบได้บ่อย ๆ มีดังนี้ Abort, Retry, Fail ? จะพบได้ในการณีที่ไดรว์ไม่มีแผ่นดิสก์อยุ่แล้วเรียกใช้ข้อมูลจากไดรว์นั้น การแก้ไขก็นำแผ่นดิสก์ที่ต้องการใช้มาใส่เข้าไป กดปุ่ม <> (Retry) : การทำงานจะทำต่อจากงานที่ค้างอยู่ก่อนเกิดความผิดพลาด กดปุ่ม <> (Abort) : รอรับคำสั่งจะไปอยู่ในไดรว์ที่สั่งงานล่าสุด กดปุ่ม <> (Fail) : เมื่อต้องการยกเลิกการทำงาน และเปลี่ยนไดรว์ใหม่Bad Command or file name : ใช้คำสั่งผิดหรือไฟล์ที่เรียกใช้งานนั้นไม่สามารถเรียกใช้ได้ การแก้ไข ตรวจสอบบรรทัดคำสั่งว่าถูกต้องหรือไม่ เช่น พิมพ์คำสั่งหรือชื่อไฟล์ถูกต้องหรือไม่ แล้วลองรันคำสั่งดูใหม่อีกครั้ง อาจเกี่ยวข้องกับเวอร์ชันของดอสไม่มีคำสั่งนั้นก็ได้File not found : ไม่สามารถหาไฟล์นั้นพบ อาจไม่มีไฟล์นั้น หรืออาจพิมพ์ชื่อไฟล์นั้นนผิดจากที่ต้องการ นอกจากนี้อาจเกิดจากพาธ (Path) ที่สั่งงานไม่มีไฟล์นั้น Insufficient memory หรือ Out of memory Insufficient memory : หน่วยความจำไม่พอต่อความต้องการของโปรแกรม Out of memory : โปรแกรมเริ่มทำงานไปแล้วบางส่วนแล้วหน่วยความจำไม่พอ ระบบจึงต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบDirectory already exits : เกิดขึ้นเมื่อสร้างไดเร็คทอรีแล้วไปซ้ำกับซื่อที่มีอยู่แล้วในพาธเดียวกัน Duplicate file ot file not found : ถ้าเปลี่ยนชื่อไฟล์ไปซ้ำกับชื่อที่มีอยู่จะทำไม่ได้และจะแจ้งเตือนดังข้อความดังกล่าว InSufficient Disk space : ข้อความนี้จะเกิดขึ้นเมื่อดิสก์ไม่เพียงพอต่อการเก็บข้อมูล วิธีแก้ ลองใช้ดิสก์อื่นหรือลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ออก ข้อมูลจากหนังสือ ซ่อมคอมอย่างเซียนพันธ์ทิพย์
เขียนโดย
acasia
ที่
02:28
0
ความคิดเห็น
เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม 2
DEL (DELETE) คำสั่งลบไฟล์ เป็นคำสั่งที่ใช้ในการลบไฟล์ ซึ่งต้องระมัดระวังในการใช้คำสั่งนี้ให้มาก รูปแบบคำสั่ง DEL [ชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ] ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>DEL BOS.VSD
ลบไฟล์ในไดรว์ C ที่ชื่อ BOS.VSD
C:\>PROJECT\DEL JOB.XLS
ลบไฟล์ชื่อ JOB.XLS ที่อยู่ในไดเร็คทอรี PROJEC ของไดรว์ C
D:\>DEL *.TXT
ลบทุกไฟล์ที่มีนามสกุล TXT ในไดรว์ D FDISK ( Fixed Disk) เป็นไฟล์โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการกับพาร์ติชั่นของฮาร์ดิสก์ ใช้ในการสร้าง ลบ กำหนดไดรว์ ที่ทำหน้าที่บูตเครื่อง แสดงรายละเอียดของพาร์ติชันบนฮาร์ดิสก์ จะเห็นว่าเป็นโปรแกรมอีกตัวหนึ่งที่ต้องทำความรู้จักและศึกษาวิธีใช้งาน เพราะสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้าง ฮาร์ดดิสก์ให้มีหลาย ๆ ไดรว์ก็ได้ รูปแบบคำสั่ง FDISK /STATUS ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรม
A:>\FDISK
เริ่มใช้งานโปรแกรม
A:\>FDISK /STATUS
แสดงข้อมุลเกี่ยวกับพาร์ติชันบนฮาร์ดดิสก์ FORMAT คำสั่งฟอร์แมตเครื่อง เป็นคำสั่งใช้จัดรูปแบบของดิสก์ใหม่ คำสั่งนี้ปกติจะใช้หลังการแบ่งพาร์ชันด้วยคำสั่ง FDISK เพื่อให้สามารถใช้งานฮาร์ดดดดิสก์ได้ หรือฝช้ล้างข้อมูลกรณีต้องการเคลียร์ข้อมูลทั้งหมดในฮาร์ดิสก์ รูปแบบคำสั่ง FORMAT drive: [/switches]/Q ให้ฟอร์แมตแบบเร็ว ซึ่งจะใช้เวลาน้อยลง (Quick Format) /S หลังฟอร์แมตแล้วให้คัดลอกไฟล์ระบบลงไปในไดรว์นั้นด้วย เพื่อให้ไดรว์ที่ทำการฟอร์แมตสามารถบูตได้ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
A:\>FORMAT C: /S
ฟอร์แมตไดรว์ C แล้วให้คัดลอกไฟล์ระบบลงไปในไดรว์ด้วย
C:\>FORMAT A: /Q
ฟอร์แมตไดรว์ A แบบ Quick Format MD คำสั่งสร้างไดเร็คทอรี MD (Make Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการสร้างไดเร็คทอรี คำสั่งนี้จะช่วยให้สามารถสร้างไดเร็คทอรีชื่ออะไรก็ได้ที่เราต้องการ แต่ต้องมีการตั้งชื่อที่อยู่ในกฎเกณฑ์ของ Dos รูปแบบคำสั่ง MD [drive:] pathตัวอย่างการใช้คำสั่ง
D:\> MD TEST
สร้างไดเร็คทอรี TEST ขึ้นมาในไดรว์ D
D:\>DOC\MD TEST
สร้างไดเร็คทอรีที่ชื่อ TEST ขึ้นมาภายในไดเร็คทอรี DOC REN (RENAME) คำสั่งเปลี่ยนชื่อไฟล์ เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อไฟล์ และส่วนขยาย โดยคำสั่ง REN นี้ไม่สามารถใช้เปลี่ยนชื่อไดเร็คทอรีได้ รูปแบบคำสั่ง REN [ชื่อไฟล์เดิมล [ชื่อไฟล์ใหม่] ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\REN BOS.DOC ANN.DOC
เปลี่ยนชื่อไฟล์ BOS.DOC ในไดรว์ C เป็น ANN.DOC
C:\REN C:\MAYA\BOS.DOC PEE.DOC
เปลี่ยนชื่อไฟล์ BOS.DOC ในไดเร็คทอรี MAYA ให้เป็น PEE.DOC
C:\REN A:*.*TEX *.OLD
เปลี่ยนส่วนขยายของไฟล์ชนิด TXT ทุกไฟล์ในไดรว์ A ให้เป็น OLD SCANDISK คำสั่ง SCANDISK เป็นคำสั่งตรวจสอบพื่นที่ฮาร์ดดิสก์ สามารถใช้ในการตรวบสอบปัญหาต่าง ๆ ได้ และเมื่อ SCANDISK ตรวจพบปํญหา จะมีทางเลือกให้ 3 ทางคือ FIX IT , Don't Fix IT และ More Info ถ้าไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นให้เลือก More Info เพื่อขอข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจต่อไป ถ้าเลือก FIX IT จะเป็นการสั่งให้ Scandisk ทำการแก้ไขปัญหาที่พบ ถ้าการซ่อมแซมสำเร็จโปรแกรมจะมีรายงานที่จอภาพให้ทราบ ส่วน Don't Fix IT คือให้ข้ามปัญหาที่พบไปโดยไม่ต้องทำการแก้ไขรูปแบบคำสั่ง SCANDISK [Drive:]/AUTOFIX /AUTOFIX ให้แก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
A:\>SCANDISK C:
ทำการตรวจสอบปัญหาในไดรว์ C
A:\>SCANDISK D:/AUTOFIX
ทำการตรวจสอบปัญหาในไดรว์ D และแก้ไขอัตโนมัติ ข้อมูลจากหนังสือ ซ่อมคอมอย่างเซียนพันธ์ทิพย์
เขียนโดย
acasia
ที่
02:26
0
ความคิดเห็น
เรียนลัดคำสั่ง Dos ที่จำเป็นสำหรับการซ่อมคอม 1
ความจำเป็นในการใช้ (Dos) ยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันบทบาทของมันจะเริ่มลดลงไปมากหลังจาก Windows เริ่มมีความสมบูรณ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งดอสเลย แต่ถ้าเมื่อไรเครื่องของคุณยังไม่มี Windows หรือเข้าไปใช้งาน Windows ไม่ได้ คำสั่งดอสก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้คำสั่งดอสจะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เช่นการ การซ่อมแซมไฟล์ที่เสีย ก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูล แก้ปัญหา Bad Sector ฯลฯ ดังนี้เราควรทราบคำสั่งบางคำสั่งที่จำเป็นไว้บ้างเพื่อนำไปใช้งานในยามฉุกเฉิน Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฎิบัติการดอสเป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการดอสจะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งาน CD คำสั่งเข้า-ออก ในไดเร็คทอรี่ CD (Change Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่ในโหมดดอส เช่น ถ้าต้องการรัน คำสั่งเกมส์ที่เล่นในโหมดดอส ซึ่งอยู่ในไดเร็คทอรี MBK ก็ต้องเข้าไปในไดเร็คทอรีดังกล่าวเสี่ยก่อนจึงจะรันคำสั่งเปิดโปรแกรมเกมส์ได้ รูปแบบคำสั่ง CD [drive :] [path] CD[..] เมื่อเข้าไปในไดเร็คทอรีใดก็ตาม แล้วต้องการออกจากไดเร็คทอรีนั้น ก็เพียงใช้คำสั่ง CD\ เท่านั้นแต่ถ้าเข้าไปในไดเร็คทอรีย่อยหลาย ๆ ไดเร็คทอรี ถ้าต้องการออกมาที่ไดรว์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้ใช้คำสั่ง CD\ เพราะคำสั่ง CD.. จะเป็นการออกจากไดเร็คทอรีได้เพียงลำดับเดียวเท่านั้น ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
CD\
กลับไปที่ Root ระดับสูงสุด เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\>docs\data> หลังจากใช้คำสั่งนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ C:\ >
CD..
กลับไปหนึ่งไดเร็คทอรี เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\windows\command> หลังจากนั้น ใช้คำสั่งนี้ก็จะก็จะย้อนกลับไปที่ C:\windows> CHKDSK (CHECK DISK) คำสั่งตรวจเช็คพื้นที่ดิสก์ CHKDSK เป็นคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยความจำ และการใช้งานดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ การรายงานผลของคำสั่งนี้จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ไดเร็คทอรี และ FAT ของดิสก์ หรือไฟล์ เพื่อหาข้อมผิดพลาดของการเก็บบันทึก ถ้า CHKDSK พบว่ามี Lost Cluster จะยังไม่แก้ไขใด ๆ นอกจากจะใช้สวิตซ์ /f กำหนดให้ทำการเปลี่ยน Lost Cluster ให้เป็นไฟล์ที่มีชื่อไฟล์เป็น FILE0000.CHK ถ้าพบมากว่า 1 ไฟล์ อันต่อไปจะเป็น FILE0002.CHK ไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังสามารถรายงานปัญหาที่ตรวจพบได้อีก อย่างเช่น จำนวน Bad Sector , Cross-ling Cluster (หมายถึง Cluster ที่มีไฟล์มากกว่าหนึ่งไฟล์แสดงความเป็นเจ้าของ แต่ข้อมูลใน Cluster จะเป็นของไฟล์ได้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น) รูปแบบคำสั่ง CHKDSK [drive:][[path]filename] [/F] [/V] [drive:][path] กำหนดไดรว์ และไดเร็ทอรีที่ต้องการตรวบสอบ filename ชื่อไฟล์ที่ต้องการให้ตรวจสอบ /F สั่งให้ Fixes Errors ทันทีที่ตรวจพบ /V ขณะที่กำลังตรวจสอบ ให้แสดงชื่อไฟล์และตำแหน่งของดิสก์บนหน้าจอด้วย ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\WINDOWS>CHKDSK D:
ตรวจสอบข้อมูลการใช้งานดิสก์ในไดรว์ D
C:\>CHKDSK C: /F
ตรวจสอบ ไดรว์ C พร้อมกับซ่อมแซมถ้าตรวจเจอปัญหา COPY คำสั่งคัดลอกไฟล์ Copy เป็นคำสั่งที่ใช้ในการคัดลอกไฟล์ จากไดเร็คทอรีหนึ่งไปยังไดเร็คทอรีที่ต้องการ คำสั่งนี้มีประโยชน์มากควรหัดใช้ให้เป็น เพราะสามารถคัดลอกไฟล์ได้ยามที่ Windows มีปัญหา รูปแบบคำสั่ง COPY [Source] [Destination] ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\COPY A:README.TXT
คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ A ไปยังไดรว์ C
C:\COPY README.TXT A:
คัดลอกไฟล์ชื่อ README.TXT จากไดรว์ C ไปยังไดรว์ A
C:\INFO\COPY A:*.*
คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C
A:\COPY *.* C:INFO
คัดลอกไฟล์ทั้งหมดในไดรว์ A ไปยังไดเร็คทอรี INFO ในไดรว์ C DIR คำสั่งแสดงไฟล์และไดเร็คทอรีย่อย เป็นคำสั่งที่ใช้แสดงรายชื่อไฟล์และไดเร็คทอรี คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้รู้ว่าในไดรว์หรือไดเร็คทอรีนั้น ๆ มีไฟล์หรือไดเร็คทอรีอะไรอยู่บ้าง รูปแบบคำสั่ง DIR /P /W /P แสดงผลทีละหน้า/W แสดงในแนวนอนของจอภาพตัวอย่างการใช้คำสั่ง
C:\>DIR
ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C
C:\>DIR /W
ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีทั้งหมดในไดรว์ C ในแนวนอน
C:\>INFO\DIR /P
ให้แสดงรายชื่อไฟล์ และไดเร็คทอรีย่อยในไดเร็คทอรี INFO โดยแสดงทีละหน้า
C:\>INFO\DIR *.TEX
ให้แสดงรายชื่อไฟล์ทั้งหมดในไดเร็คทอรี INFO เฉพาะที่มีนามสกุล TXT เท่านั้น
C:\> DIR BO?.DOC
ให้แสดงรายชื่อไฟล์ในไดรว์ C ที่ขึ้นต้นด้วย BO และมีนามสกุล DOC ในตำแหน่ง ? จะเป็นอะไรก็ได้ ข้อมูลจากหนังสือ ซ่อมคอมอย่างเซียนพันธ์ทิพย์
เขียนโดย
acasia
ที่
02:25
0
ความคิดเห็น
ไขปัญหาจุกจิกในการแสดงผล
ใช้การ์ดจอของ TNT แล้วเมื่อพิมพ์ข้อความต่าง ๆ สระบนล่างไม่ยอมขึ้นมาทันที ต้องพิมพ์ตัวต่อไปก่อนจึงจะเห็น เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ กับผู้ที่ใช้การ์ดจอของ TNT ครับให้ลองหา Driver รุ่นใหม่ ๆ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตการ์ดจอมาใช้ จะแก้ไขได้หรือใช้ Driver ของ Detonator Version 3.65 หรือใหม่กว่านี้ขึ้นไป หาได้จาก http://www.nvidia.com
ปัญหาสีเพี้ยนของหน้าจอแก้ปัญหาอย่างไรปัญหาสีเพี้ยนลักษณะนี้อาจเกิดจากคลื่นแม่เหล็กที่วางอยู่ใกล้ ( ตู้เย็น,เตาอบไมโครเวฟ,ลำโพง ) ถาพที่ปรากฎ จึงมีสีเพี้ยนไป ซึ่งหากว่ามีการนำลำโพงที่ไม่มี Shield ป้องกันคลื่นแม่เหล็ก ไปวางไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ ก็อาจพบว่าภาพบนจอคอมพิวเตอร์แสดงสีเพี้ยน ๆ เพราะว่าในตัวของลำโพงจะประกอบไปด้วยคลื่นแม่เหล็กแรงสูงอยู่ภายใน จึงทำให้มอนิเตอร์ที่มีการใช้สนามแม่เหล็กในการควบคุมการยิงเม็ดสี ให้ตกกระทบ ตรงตำแหน่งบนหน้าจออย่างถูกต้อง เกิดอาการยิงผิดยิงถูก ภาพที่ออกมาจึงมีสี เพี้ยนไป วิธีการแก้ไขก็เพียงวางลำโพงให้ห่างจากจอคอมพิวเตอร์พอประมาณ หรือหาลำโพงที่ Shield ป้องกันคลื่นแม่เหล็กมาใช้ ภาพสีก็จะหายไปครับ แต่ถ้าอาการยัง ไม่ดีขึ้น ควรให้ช่างตรวจเช็คดูดีกว่า เพราะบางทีอาจมีปัญหาที่จอมอนิเตอร์เอง
เพราะเหตุใดจอจึงดับโดยไร้สาเหตุใช้ Windows 98 ตอนบูตเครื่องขึ้นมาไม่มีปัญหา แต่ถ้าทิ้งเครื่องไว้สักประมาณ 5 นาทีหรือขณะกำลังทำงาน อยู่ จอก็ดับไปเฉย ๆ แต่เครื่องทำงานอยู่ ถ้าไปกดปุ่ม ESC ก็จะกลับมาเหมือนเดิม สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นก็คือ เกิดจากการตั้งค่า ในส่วน Power Management ( การประหยัดในวินโดวส์ เมื่อไม่ได้ทำงานบนคอมพิวเตอร์เป็นเวาลานาน ๆ ) ของวินโดวส์ ซึ่งขั้นตอนการแก้ไขก็ทำตามขั้นตอนดังนี้ 1 เข้าไปในส่วนของ Display Properties คลิกแท็บ Screen Saver 2 คลิกปุ่ม Setting 3 คลิกที่แท็บ Power Schemes4 เลือกค่าต่าง ๆ ในส่วนของ Setting for Always.... ให้เป็น Never ให้หมด และคลิกปุ่ม OK เพื่อทำการบันทึกค่า5 คลิกปุ่ม OK อีกครั้งเพื่อปิด หน้าต่าง Display Propertie เพียงแค่นี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว
ชัตดาวน์แล้วปรากฎข้อความ "Windows protect errorปัญหานี้มักจะเกิดมาจากไดรเวอร์ของอุปกรณ์ฮาร์แวร์ประเภทการ์ดจอ และเมนบอร์ดเสียเป็นส่วนใหญ่ซึ่งการแก้ไขทั่ว ไปก็ให้เข้าไปดาวน์โหลดไดรเวอร์ ตัวใหม่ ๆ จากเว็บไซต์ของผู้ผลิต มาแทนไดรเวอร์ ตัวเก่า ส่วนคนที่ใช้การ์ดจอของ Nvidia และใช้ไดรเวอร์ Detemator 3 (6.xx) ก็จะเกิดปัญหานี้ด้วย เพราะว่า Detemator 3 (6.xx) จะไม่ทำการเคลียร์แรม เมื่อเลิกใช้ พอทำการชัตดาวน์วินโดวส์มันจะจัดการกับแรมที่ค้างไม่ได้ จึงขึ้นข้อความ Protection Error ทางแก้ไขนั้นให้ทำการ ดาวน์โหลดไดรเวอร์การ์ดจอของ Nvidia เวอร์ชั่น 7.xx มาใช้งาน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://www.nvidia.com แต่ไดรเวอร์ตัวนี้ก้ยังมีปัญหาในการเล่น Mode 3D วิธีแก้ก็ให้คุณทำการรีสตาร์ทใหม่ 1 ครั้ง แล้วค่อยชัตดาวน์ครับ
จอภาพสั่น ๆ หรือกระพริบอยู่ตลอดเวลา ทำงานแล้วรู้สึกปวดตาจะแก้ปัญหาอย่างไรดี ?? ปัญหานี้เกิดจากคุณไม่ได้เข้าไปปรับอัตรา Refresh Rate ของจอภาพใน Windows ครับ หรือถ้าปรับแล้วก็ยังสั่นอยู่อีก ให้ลองดูครับว่ามีคลื่นสนามแม่เหล็ก มากวนจอภาพของเราหรือเปล่า เช่น จอภาพที่วางใกล้ ๆ กัน หรือจะเป็นคลื่นจากลำโพงที่วางไว้ใกล้กับจอภาพ อัตรา Refresh สูง ๆ นั้นจะช่วยให้ภาพที่แสดงออกมานั้นนิ่งดูสบายตามากขึ้น สำหรับจอภาพขนาด 15" ส่วนใหญ่จะปรับอัตรา Refresh Rate อยู่ที่ 75-85 Hz ซึ่งการปรับอัตรา Refresh Rate นี้จะสัมพันธ์กับความละเอียดของจอด้วย เช่น 800x600 @ 85Hz , 1024x768 @ 75Hz ฯลฯ ขั้นตอนการปรับอัตรา Refresh Rate ทำได้ดังนี้- คลิกขวาที่ Desktop เลือก Properties - คลิกที่แท็บ Settings และคลิกที่ Advanced - คลิกที่แท็บ Adapter ที่ Refresh Rate สามารถปรับอัตรา Refresh Rate ได้ตามต้องการ - คลิก ปุ่ม OK - คลิกปุ่ม YES เพื่อยืนยันอีกครั้ง เพียงแค่นี้ก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้วละครับ
หากไม่มีส่วนให้ปรับค่า Refresh Rate ทำอย่างไรเป็นปัญหาพอสมควร เพราะหลังจากการที่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ต่าง ๆ ครบแล้วครั้นจะมาทำการปรับแต่งอัตรา Refresh Rate แต่ปรากฎว่าไม่สามารถทำได้เลย เพราะไม่มีช่องให้ปรับแต่ง ซึ่งหากว่าพบปัณหาแบบนี้ก็ต้อง ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการปรับแต่งนั่นก็คือ โปรแกรม Power Strip โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ Download.com เมื่อทำการ ดาวน์โหลดและติดตั้งเสร็จแล้ว ตัวโปรแกรมก็จะฝังตัวอยู่ที่ทาส์บาร์ใกล้ ๆ กับนาฬิกาด้านขวาล่าง ซึ่งขั้นตอนในการปรับแต่งจากโปรแกรม Power Strip มีดังนี้ 1 คลิกขวาที่ไอคอน Power Strip 2 เลือกไปที่ตัวเลือก Desk top3 ปรับค่ารีเฟรชในส่วนของ Refresh Rate ซึ่งควรปรับอยู่ที่ 70-85 Hz4 เมื่อปรับแล้วก็ให้ คลิกปุ่ม OK เท่านี้ก็สามารถปรับอัตรารีเฟรซได้แล้วครับ
เขียนโดย
acasia
ที่
02:20
0
ความคิดเห็น
วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551
เครื่องพิมพ์แช่น้ำจะเสียทันทีหรือไม่?
มีคำถามว่าถ้าเครื่องพิมพ์เปียกน้ำหรือแช่น้ำจะเสียทันทีหรือไม่? ถ้าเสียบปลั๊กอยู่และน้ำเข้าไปข้างในก็เสียหายแน่นอนครับ แต่ถ้าเครื่องวางอยู่เฉยๆ ไม่ได้เสียบปลั๊กแต่มีน้ำหกใส่หรือเข้าไปข้างใน ถ้าคุณเห็นทันทีก็ควรรีบเช็ดให้แห้งโดยเร็ว แนะนำให้ยกเครื่องไปให้ศูนย์บริการถอดฝาเครื่องออกเพื่อเป่าให้แห้งครับ ปัญหาแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ยังดีที่ผู้ใช้รีบทำให้เครื่องแห้งโดยเร็ว เครื่องพิมพ์จึงไม่เสียหายครับ ดังนั้น น้ำกับไฟจึงไม่ควรอยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาดครับทิปจาก : หนังสือ COMPUTER.TODAY
เขียนโดย
acasia
ที่
03:13
0
ความคิดเห็น
ทำไงให้ write แผ่น CD ได้เกิน 700 MB
หลายๆคนประสบปัญหา ข้อมูลเกินแผ่น แต่เกินไปนิดเดียว ครั้นจะเอาลงอีกแผ่นก็กระไรอยู่ พอไปโพสถามที่โน่นที่นี่ก็มีแต่คนบอกว่าให้Over Burn ไปเปิดหนังสือตำรับตำรา คู่มือการใช้งานชนิดซียนไม่ว่าเล่มไหนๆ ต่างก็บอกไว้แค่นี้ ใช่ครับ มันเป็นทางเลือกหนึ่ง ตั้งแต่อ่านๆมาผมยังไม่เคยเห็นคนพูดถึงวิธีแบบผมเลย ผมก็ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ค่อยมีคนรู้ คนรู้ก็คงมีอยู่แหละน่า เพียงแต่ผมไม่เจอ (แต่ผมว่าผมก็ผ่านมาเยอะนะ)
แต่เดี๋ยวก่อนที่จะบอกวิธีผม คงจะมีคนสงสัย แล้วOver burn ไม่ดียังไง
แน่นอนครับ ผลเสียก็คือ โอกาสเจ๊งของแผ่นและDriveที่ใช้write มีสูงครับ Driveอาจไม่เสียทันทีแต่ถ้าทำบ่อยๆก็จะโทรมลงเรื่อยๆครับ ดังนั้นทางทีดีควรหลีกเลี่ยง เอาล่ะมาดูวิธีของผม
ใช้ Nero ทั่วๆไปนี่แหละ ไม่ต้องลงอะไรเพิ่มเติม
เปิด Options > Expert Features > ไปติ๊กตรงนี้เลยครับ * Enable generation of short lead-out > OK เสร็จแล้ว ง่ายจริงๆ
แต่เวลาตอนเราจะไรท์ เราต้องใช้ Mode Disc-at-once นะครับ แล้วเราก็จะสามารถไรท์เพิ่มได้อีก 12 mb โดยไม่ต้องOver burnให้เสี่ยง เพราะส่วนมากข้อมูลคงเกินมากันคนล่ะไม่เท่าไหร่
บางคนสงสัย แล้วDisc-at-onceเลือกยังไง
ในหน้าที่เราจะเลือกความเร็วในการไรท์นะครับ ให้ติ๊กเอา*multisession discออก แล้วก็ไปเปลี่ยนตรง Write Method จาก Track-at-onceเป็น Disc-at-once แล้วก็สั่ง write ได้เลยครับ
ข้อระวัง: เนื่องจากเป็นการไรท์แบบDisc-at-once ดังนั้นแผ่นที่ไรท์แบบนี้จะไม่สามารถนำมาเขียนเพิ่มได้อีกเพราะแผ่นจะโดนปิดsesstionทันที ก็คือต้องไรท์ให้เสร็จภาพในครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น
ข้อพึงระวังอีกนิดก็คือ Driveเก่าๆ บางรุ่นอาจอ่านแผ่นแบบนี้ไม่ได้ครับ แต่น้อยมาก ที่ผ่านมาผมใช้ได้หมดแต่สุดท้ายหากข้อมูลเกินมาเยอะๆแต่ต้องการลงแผ่นเดียวก็ไม่มีทางเลือก ต้องซื้อแผ่นแบบเกิน700 มาOver burnเอาล่ะครับ ไม่แนะนำให้Over burnจากแผ่น700 ธรรมดา เพราะถึงแม้ว่าแผ่น Princo จะสามารถOver burnได้ประมาณ 20 กว่าmeg แต่เราก็จะต้องเสี่ยงกับการอ่านข้อมูลไม่ได้สูงมากครับ และแผ่นแต่ล่ะยี่ห้อก็สามารถOver burnได้มากน้อยต่างกันนะครับ มันจะไม่ได้บอกไว้หรอก เราต้องใช้โปรแกรมทดสอบดูก่อน วันหลังผมจะมาสอนวิธีทดสอบว่าแต่ล่ะยี่ห้อแต่ล่ะแผ่น สามารถOver burnได้มากน้อยเท่าไหร่ครับคัดลอกจาก : http://advance.exteen.com
เขียนโดย
acasia
ที่
03:12
0
ความคิดเห็น
เคล็ดลับการประหยัดหมึกพิมพ์
ใช้บริการ Duplex Printing บ้าง เพื่อความประหยัดเครื่องพิมพ์เลเซอร์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นรุ่นขนาดกลางขึ้นไป หรืออาจจะมีบางยี่ห้อให้ฟีเจอร์ Duplex Printing มาตั้งแต่รุ่นเล็กก็มี ถ้างานพิมพ์ของคุณแค่ต้องการดูตัวอย่างหรือดูเลย์เอาต์เท่านั้น หากสั่งพิมพ์ขนาด A4 หรือเต็มหน้ากระดาษตลอดอาจเป็นการสิ้นเปลืองไปได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ยังมีโหมดย่อยๆ ให้เลือกพิมพ์ย่อขนาดจาก 4 หน้า ลงบนหน้าเดียวได้ด้วย
Print Preview ใช้ซะบ้าง ช่วยประหยัดได้บ่อยครั้งที่การสิ้นเปลืองกระดาษที่คุณขยำทิ้งแล้วโยนลงถังขยะมาจากข้อมูลที่ผิดพลาดจากต้นฉบับ หากคุณคิดจะสั่งพิมพ์เอกสารเป็นจำนวนมาก การตรวจสอบความถูกต้องก่อนพิมพ์เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะงานประเภทที่ต้องการความแม่นยำของข้อมูลสูง หรือรูปแบบเลย์เอาต์ถูกต้องซึ่งการสั่ง Preview ก่อนพิมพ์ช่วยให้คุณไม่ต้องขยำงานทิ้งได้ด้วยเช่นกันครับ
งานพิมพ์ซ้ำๆ เราเก็บได้งานเอกสารเดิมๆ ซ้ำๆ มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ และหลายคนก็มักจะงมหาไฟล์ไม่เจอด้วย ถ้าคุณเข้าข่ายแบบนี้ละก็ ให้ใช้วิธีเก็บงานพิมพ์ซ้ำๆ ด้วยตัวเลือก Keep Printed Documents โดยเข้าไปที่ Print Properties คลิ้กแท็บ Advanced แล้วเลือก Keep ได้เลย งานพิมพ์จะถูกเซฟไว้ เวลาต้องการพิมพ์อีกก็เข้ามาที่หน้าต่าง Printer แล้วสั่งพิมพ์จากหน้าต่างรายการพิมพ์ได้เลย สะดวกมากขอบอกปรับสเกลเอกสารช่วยประหยัดได้โปรแกรมเวิร์คโพรเซสเซอร์ต่างๆ จะมียูทิลิตีสำหรับปรับสเกลของหน้าเอกสารมาให้ด้วย ซึ่งจะทำงานร่วมกับยูทิลิตีของเครื่องพิมพ์ ถ้างานพิมพ์ของคุณไม่เน้นคุณภาพหรือเพียงแค่ทดสอบรูปแบบงานหรือทำเป็นตัวอย่าง การปรับลดสเกลของงานให้เหลือสองหน้าในหนึ่งแผ่นหรืออาจจะมากกว่านั้น สามารถช่วยประหยัดได้มากทีเดียว แถมยังยืดอายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์ไปในตัวด้วยทิปจาก : หนังสือ COMPUTER.TODAY
เขียนโดย
acasia
ที่
03:03
0
ความคิดเห็น